
รัฐระบายข้าวอีก1.4แสนตัน
ข้าวเปลือกราคาดิ่งต่ำสุดรอบ 3 ปี พาณิชย์โบ้ยไม่เกี่ยวระบายข้าว เล็งปล่อยอีกล็อต 1.4 แสนตัน สัปดาห์นี้
ข้าวเปลือกราคาดิ่งต่ำสุดรอบ 3 ปี พาณิชย์โบ้ยไม่เกี่ยวระบายข้าว เล็งปล่อยอีกล็อต 1.4 แสนตัน สัปดาห์นี้
นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ต้นสัปดาห์นี้จะมีการประกาศหลักเกณฑ์การประมูลข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไป หรือทีโออาร์ ปริมาณ 1.4 แสนตัน ประกอบด้วย ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ และปลายข้าว หลังจากนี้จะเน้นระบายข้าวฤดูกาลใหม่ 2557/2558 เพราะผลผลิตจะเริ่มออกสู่ตลาดในปลายเดือน ก.ย. รวมทั้งการระบายข้าวในสต๊อกจะใช้ข้าวที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้วเท่านั้น โดยการตรวจสอบในแง่ปริมาณทำไปแล้วกว่า 90% แต่การตรวจคุณภาพทำได้เพียง 50% เท่านั้น
"ข้าวในสต๊อกที่ไม่ได้คุณภาพนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ได้ตั้งคณะทำงานมากำหนดกรอบการระบายข้าวคุณภาพต่ำ เพื่อให้กรม การค้าต่างประเทศกำหนดเกณฑ์ราคาการระบาย"
อย่างไรก็ตาม การระบายสต๊อกข้าวสารของรัฐบาลไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำอยู่ในขณะนี้ เพราะเปิดระบายปริมาณไม่มาก ประกอบกับเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้ชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตและนำมาขายให้กับโรงสี ทำให้ข้าวมีความชื้นสูง จึงถูกหักราคา
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกเจ้า 5% ในพื้นที่ภาคกลางมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ภาครัฐยังไม่มีมาตรการชัดเจนออกมาดูแล ส่งผลให้ชาวนาผู้ปลูกข้าวเปลือกนาปรังที่ผลผลิตออกสู่ตลาดช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.นี้ ใกล้ประสบปัญหาขาดทุน
สำหรับราคาข้าวเปลือก ณ วันที่ 5 ก.ย. ข้าวเปลือกเจ้า (ความชื้น 15%) จ.พระนครศรีอยุธยา ตันละ 7,900 บาท ต่ำกว่าราคาเฉลี่ยของเดือน ส.ค. อยู่ที่ตันละ 8,200-8,800 บาท ลดลงตันละ 1,000 บาท ในช่วง 1 เดือน ทำสถิติต่ำสุดใน รอบ 3 ปี โดยราคาเฉลี่ยข้าวเปลือกเจ้า 5% ปี 2556 อยู่ที่ตันละ 9,500 บาท ปี 2555 ตันละ 1.08 หมื่นบาท และปี 2554 ตันละ 1 หมื่นบาท
ทั้งนี้ ผู้ส่งออกมองว่าราคาข้าวลดลง เพราะมีผลผลิตออกสู่ตลาดพร้อมกันจำนวนมากในขณะนี้ แต่โรงสีเห็นว่ารัฐกำลังจะระบายข้าวออกจากสต๊อก ทำให้ ผู้ส่งออกหยุดซื้อจากชาวนา เพื่อรอประมูลข้าวรัฐที่ราคาถูกกว่าตลาด ส่งผลให้ชาวนาขายในราคาต่ำและขาดทุน
ด้าน นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกไม่ได้ชะลอหยุดซื้อข้าวสารและทำให้โรงสีหยุดซื้อข้าวเปลือกอย่างที่เกิดกระแสข่าว แต่เป็นเพราะข้าวเปลือกมีความชื้นสูง และชาวนาเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตออกมาพร้อมกันหมด ทำให้ถูกกดราคารับซื้อจากการถูกหักความชื้น เชื่อว่าระยะต่อไปราคาข้าวเปลือกจะกลับมาดีขึ้น และขยับขึ้นมาตันละ 8,500 บาท ตามนโยบาย คสช.







