
ผู้ส่งออกเงินล้นคืนหนี้ก่อนกำหนด
ทหารไทยงัดผลิตภัณฑ์ใหม่เบ่งยอด ครึ่งปีหลังเสี่ยงแนะคุมสภาพคล่อง
โพสต์ทูเดย์
— “ทหารไทย” รับผู้ส่งออก รวยเละ สภาพคล่องสูง เมินกู้ธนาคารออกผลิตภัณฑ์เสริมหนุนรายได้นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจรายใหญ่ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า สินเชื่อเพื่อการส่งออกทั้งระบบปีนี้คงเติบโตไม่มาก เนื่องจากเป็นปีที่การส่งออกขยายตัวมาก ลูกค้าส่งออกจึงมีสภาพคล่องสูง มีเงินทุนหมุนเวียนมาก บางรายเริ่มมีการทยอยชำระหนี้คืนก่อนกำหนด โดยคาดว่าเดือน มิ.ย. สินเชื่อเพื่อการส่งออกทั้งระบบมีโอกาสติดลบ เพราะรัฐบาลจะเร่งเบิกจ่ายงบไทยเข้มแข็ง ทำให้ผู้ประกอบการมีเงินเข้ามา อาจนำมาชำระหนี้ธนาคารก่อนกำหนด
“
สินเชื่อเพื่อการส่งออกปีนี้คงไม่หวือหวา ลูกค้าส่งออกไม่ได้มีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเหมือนในอดีต การขยายสินเชื่อเพื่อการส่งออกปีนี้จึงเป็นปีที่ยากสำหรับทุกธนาคาร ลูกค้ามีเงินคืนมากกว่าขอเงินกู้” นายปิติ กล่าวสำหรับในช่วง 5 เดือนแรก มูลค่าการส่งออกและนำเข้าของลูกค้าธนาคารอยู่ที่ 1.6 แสนล้านบาท เฉลี่ยเดือนละ 3 หมื่นล้านบาท
นายปิติ กล่าวว่า แม้สินเชื่อเพื่อการส่งออกปีนี้อาจขยายตัวไม่มาก แต่ธนาคารก็มองว่าควรมีธุรกรรมอื่นรองรับ เพื่อขยายฐานลูกค้าส่งออกในอนาคต ธนาคารจึงออกผลิตภัณฑ์ Tier Export Financing คือการลดดอกเบี้ยหลังจากส่งสินค้า ซึ่งธนาคารมองว่าความเสี่ยงหลังส่งออกของผู้ประกอบการลดลง
ทั้งนี้ เนื่องจากสินค้าได้ถูกผลิตเป็นที่เรียบร้อย และอยู่ในกระบวนการนำส่งถึงผู้ซื้อ ธนาคารจึงลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าได้ ขณะที่ระบบจะมีการจะคิดดอกเบี้ยเท่ากันทั้งก่อนและหลังส่งออก
ขณะเดียวกันได้เพิ่มผลิตภัณฑ์รับซื้อลด L/C หรือ Discount without Recourse ซึ่งลูกค้าสามารถขาย L/C ให้กับธนาคารได้ทันที หรือจะนำ L/C มาขอสินเชื่อ หากติดขัดเงินทุนหมุนเวียน โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ธนาคารจะลดดอกเบี้ยให้ 0.51% เฉลี่ยตามความเสี่ยงของคู่ค้า และธนาคารปลายทางที่คู่ค้าใช้เปิด L/C
นายปิติ กล่าวว่า ธนาคารคาดว่าจะทำให้ส่วนแบ่งตลาดธุรกิจระหว่างประเทศเป็น 2.3% คิดเป็นมูลค่า 5 แสนล้านบาท เป็นกลุ่มลูกค้าจากธุรกิจการเกษตร 15.56% อุตสาหกรรมยาง 13.88% อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง 8.56% และอื่นๆ 13.64% จำนวนลูกค้าเป้าหมาย 1.4 หมื่นบริษัท โดยปัจจุบันธนาคารมีความร่วมมือกับเครือข่ายธนาคารอื่นๆ ในต่างประเทศกว่า 6,000 ธนาคาร
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ช่วง 4 เดือนแรกสินเชื่อเพื่อการส่งออกของธนาคารเติบโตประมาณ 20% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังมีความต้องการใช้เงินทุนหมุนเวียน เพราะปัจจุบันการทำธุรกิจไม่ได้กำไรมาก เป็นการเติบโตสินเชื่อจากทุกกลุ่ม
ขณะที่มูลค่าการส่งออกและนำเข้าก็มีการเติบโตประมาณ 30% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน
นายทรงพล ยอมรับว่า ในช่วง 5 เดือนแรก ลูกค้ามีการคืนเงินกู้ก่อนกำหนดบ้าง เนื่องจากเป็นเงินกู้หมุนเวียน ซึ่งมีระยะเวลาสั้น เนื่องจากค้าขายดี ถือเป็นปกติ
อย่างไรก็ดี แม้สัญญาณผู้ส่งออกไปได้ดี แต่ในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องจับตาทิศทางเศรษฐกิจโลก ทั้งยุโรป เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ซึ่งปัญหาอาจปะทุได้อีก และอาจส่งผลต่อผู้ส่งออก ทำให้การค้าอาจไม่ดีเท่าช่วงครึ่งปีแรก ฉะนั้นผู้ประกอบการยังอาจมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนและเก็บสภาพคล่องไว้







