
กรมบังคับคดีลุยเจรจาเจ้าหนี้นอกระบบ
โพสต์ทูเดย์
— กรมบังคับคดีลุยช่วยลูกหนี้นอกระบบ ถูกเจ้าหนี้หัวหมอกู้เงิน 5,000 บาท แต่ใช้ช่องกฎหมายยึดบ้านนางชูจิรา กองแก้ว อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมบังคับคดีมีนโยบายช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบที่ถูกบังคับคดีและจะถูกฟ้องยึดทรัพย์ โดยคัดเลือกคดีความที่อยู่ระหว่างการบังคับคดีและมีเจ้าหนี้นอกระบบทั่วประเทศออกมา และจัดโครงการไกล่เกลี่ยเชิญเจ้าหนี้และลูกหนี้มาประนีประนอมยอมความ หรือรีไฟแนนซ์หนี้ให้เป็นธรรม
ล่าสุด กรมบังคับคดีได้ดำเนินโครงการนำร่องช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบที่ จ.อุบล ราชธานี ก่อน ซึ่งได้ดึงข้อมูลว่ามีเจ้าหนี้รายหนึ่งมีบัญชีลูกหนี้ 1,800 ราย และอยู่ในขั้นตอนการบังคับคดีหรือการยึดทรัพย์เพื่อขายทอดตลาดมาชำระหนี้ ซึ่งกรมบังคับคดีเชิญเจ้าหนี้ดังกล่าวมาเจรจา พบว่าลูกหนี้แต่ละรายกู้เงินมาเพียง 5,000 บาท แต่ถูกบังคับให้เขียนสัญญาว่ากู้ 1.5 หมื่นบาท และเมื่อไม่มีการชำระหนี้ดอกเบี้ย ก็ทบต้นทบดอกกลายเป็นหนี้ 23 แสนบาท ทั้งนี้กรมบังคับคดีเข้าไปไกล่เกลี่ย และแจ้งว่าเป็นการทำสัญญาไม่เป็นธรรม และคิดดอกเบี้ยสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงขอให้ลดหนี้และทำสัญญาการผ่อนชำระหนี้ใหม่ตามความสามารถลูกหนี้
ขณะเดียวกันให้จัดทำโครงการประชาสัมพันธ์ความรู้กฎหมาย เนื่องจากลูกหนี้เมื่อได้รับหมายศาลแล้วไม่มาติดต่อตามนัด ทำให้ศาลพิพากษาบังคับคดียึดทรัพย์ขายทอดตลาด ทำให้ลูกหนี้ไม่มีที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกิน ทั้งนี้หากลูกหนี้ติดต่อมา กรมบังคับคดีหรือศาลอาจจะเข้าโครงการไกล่เกลี่ยผ่อนชำระหนี้เพื่อหาทางไถ่ถอนทรัพย์ออกไปได้
นางชูจิรากล่าวว่า ยังพบปัญหากลุ่มที่หากินกับความเดือดร้อนกับลูกหนี้ถูกหมายศาลไปติดประกาศยึดทรัพย์สินหรือประกาศขายทอดตลาด โดยอ้างว่าสามารถติดต่อศาลและกรมบังคับคดี เพื่อจะระงับการขายทอดตลาดบ้านได้ โดยให้ลูกหนี้โอนสิทธิให้กลุ่มมิจฉาชีพ และมีการเรียกค่าใช้จ่าย5,00010,000 บาท ซึ่งสามารถระงับการขายทอดตลาดได้ระยะหนึ่งเท่านั้น ซึ่งกรมบังคับคดี ได้ หารือกับศาลโดยต่อไปการจะระงับหรือการคัดค้านการการขายสินทรัพย์นั้นต้องมีคำสั่งศาลหรือลายมือของลายเซ็นต์หรือคำสั่งของผู้พิพากษาเท่านั้น จากเดิมเป็นแค่เป็นลายมือเจ้าหน้าที่ศาลเท่านั้นก็สามารถที่จะคัดค้านการขายหรือของระงงับการขายได้







