
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
4 ตัวติดแคชบาลานซ์
4 ตัวติดแคชบาลานซ์
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดให้โบรกเกอร์ต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวนที่จะซื้อ (แคชบาลานซ์) สำหรับการซื้อหุ้น บริษัท บางกอก เดคคอน (BKD) บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) บริษัท ไทยฟิล์มอินดัสตรี่ (TFI) และใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นของบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก ครั้งที่ 1 (SUPERW1) มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.17 ต.ค. 2557
BTS ซื้อหุ้นคืน 184 ล้านบาท
บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) รายงานการซื้อหุ้นของบริษัทคืนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2557 จำนวน 19,245,300 หุ้น ในราคาหุ้นละ 9.60 บาท มูลค่าทั้งสิ้น 184.75 ล้านบาท และจนถึงปัจจุบันบริษัทซื้อหุ้นแล้วทั้งหมด 73,223,500 หุ้น คิดเป็น 0.61% มูลค่ารวมที่ซื้อคืน 709,205,805 บาท
IFEC เพิ่มทุนล็อตใหญ่
คณะกรรมการบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน 545,042,190 หุ้น แบ่งเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิมจำนวน 193,894,206 หุ้น สัดส่วน 9 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 4 บาท และจัดสรรขายให้กับนักลงทุนเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 300 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 6 บาท ส่วนหุ้นที่เหลือจำนวน 51,147,984 หุ้น รองรับการแปลงสภาพของใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) ล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ระดับ 5.80 บาท
MIDA เครดิต BBB
บริษัท ทริส เรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรให้แก่บริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง (MIDA) ที่ระดับ “BBB” ด้วยแนวโน้ม “คงที่” อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานภาพการเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ไมด้า แอสเซ็ท ซึ่งดำเนินธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ภายใต้ตราสัญลักษณ์ที่หลากหลายและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งยังสะท้อนถึงประวัติการดำเนินธุรกิจที่ยาวนานในการให้บริการสินเชื่อรถยนต์และผลกำไรที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอของบริษัท รวมถึงช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ซึ่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่บริษัทด้วย บริษัทยังมีสาขากระจายอยู่ในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับพันธมิตรทางธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบจากจุดแข็งเหล่านี้ถูกลดทอนโดยปัจจัยกดดัน 3 ประการ ได้แก่ การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ความยืดหยุ่นทางการเงินที่จำกัดของบริษัท และส่วนแบ่งทางการตลาดในแง่ของสินเชื่อคงค้างที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง
ขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนการคาดการณ์ของทริส เรทติ้ง ว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาด ตลอดจนปรับปรุงผลประกอบการทางการเงินให้ดีขึ้น เพิ่มแหล่งเงินทุนที่หลากหลายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังคาดว่าบริษัทจะสามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้
บริษัท ไมด้า มีตลาดหลักคือสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้วที่ผ่านการใช้งานตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป โดยมูลค่าสินเชื่อคงค้างค่อนข้างทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 2,500 ล้านบาท มาตั้งแต่ปี 2548 ณ สิ้นเดือน มิ.ย.ปีนี้ อยู่ที่ระดับ 2,465 ล้านบาท เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ถึง 99% และสินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน
อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (สินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน) ต่อสินเชื่อรวมแกว่งตัวขึ้นลงจาก 3% ในปี 2553 ขึ้นไปเป็น 3.8% ในปี 2554 แล้วลดลงเหลือ 2.3% ในปี 2555 และเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.7% ในปี 2556 จากผลของภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเพิ่มมาอยู่ที่ระดับ 4.3% ณ สิ้นเดือน มี.ค. และ 4.6% ณ สิ้นเดือน มิ.ย.ปัจจุบันบริษัทเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นกับการติดตามหนี้สินรวมถึงการปรับนโยบายการให้สินเชื่อและเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้มีความเข้มงวดมากขึ้นเพื่อปรับปรุงคุณภาพสินเชื่อ โดยทริส เรทติ้งจะคอยติดตามผลจากความพยายามดังกล่าวต่อไป
ในปี 2556 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 112 ล้านบาท ลดลง 16% จาก 134 ล้านบาท ในปี 2555 ส่วนหนึ่งเกิดจากค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นถึง 20% โดยเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 219 ล้านบาท ในปี 2556 จาก 183 ล้านบาท ในปี 2555 อีกทั้งยังมีผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่เพิ่มสูงขึ้นจากการที่ราคารถมือสองตกต่ำลงด้วย นอกจากนี้บริษัทยังได้ตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญถึง 37 ล้านบาท ในปี 2556 ซึ่งสูงมากกว่ามูลค่าการตั้งสำรองฯ ในปี 2555 ที่ระดับ 14 ล้านบาท ถึง 2 เท่า
ขณะนี้บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับคู่แข่ง อีกทั้งยังไม่มีแหล่งเงินทุนที่แน่นอนเหมือนคู่แข่งรายอื่น อย่างไรก็ตาม ทริส เรทติ้งยังหวังว่าบริษัทจะสามารถดำรงฐานทุนที่ค่อนข้างแข็งแกร่งเอาไว้ได้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเสี่ยงจากกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการชำระหนี้ที่ค่อนข้างสูง อีกทั้งยังมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงลบของสภาวะเศรษฐกิจที่สูงเช่นกัน
SC ขายหุ้นกู้ดอกเบี้ย 4.70%
บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทจำนวนเงินไม่เกิน 800 ล้านบาท อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2560 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.70% ต่อปี เสนอขายให้ผู้ลงทุน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ในช่วงวันที่ 912 ก.ย. 2557 โดยมีธนาคารซีไอเอ็มบีไทย และ บล.เอเซีย พลัส เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้
บริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ เพื่อใช้ในการประกอบธุรกิจหลักและใช้เป็นเงินทุนในการดำเนินกิจการบริษัท ทริส เรทติ้ง ให้อันดับความน่าเชื่อถือ SC ที่ระดับ BBB+ แนวโน้มเครดิตคงที่







