posttoday
ความร่วมมืออาเซียนเพื่อป้องกันวิกฤตศก.

ความร่วมมืออาเซียนเพื่อป้องกันวิกฤตศก.

05 กันยายน 2557

การก้าวสู่การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน และการเชื่อมโยงบูรณาการกับเศรษฐกิจนอกภูมิภาคมากขึ้นของอาเซียน จะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจจะส่งผลให้ภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ในฐานะเป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการสำคัญของโลก รวมทั้งรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ

การก้าวสู่การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน และการเชื่อมโยงบูรณาการกับเศรษฐกิจนอกภูมิภาคมากขึ้นของอาเซียน จะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจจะส่งผลให้ภูมิภาคนี้มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก ในฐานะเป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการสำคัญของโลก รวมทั้งรองรับการลงทุนจากต่างประเทศ

ผลดีที่สำคัญ คือ เศรษฐกิจจะขยายตัวในอัตราที่น่าพึงพอใจ แต่ผลเสียที่ต้องยอมรับ คือ ความเสี่ยงหรือโอกาสที่เศรษฐกิจจะเกิดวิกฤตย่อมมีมากขึ้น บทเรียนสำคัญจากวิกฤตการเงินในปี 25402541 ที่เริ่มต้นจากประเทศไทยและลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซีย ส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกนั้น เป็นบทเรียนราคาแพงที่ต้องจดจำ อาเซียนจึงต้องความร่วมมือกันเพื่อป้องกันมิให้ประวัติศาสตร์กลับมาซ้ำรอย

รากเหง้าของวิกฤติเศรษฐกิจอาเซียน ปี 2540 2541 มาจากการใช้นโยบายเศรษฐกิจมหภาคที่ผิดพลาด ทั้งการเปิดเสรีทางการเงินระหว่างประเทศที่ขาดการกำกับและการควบคุมดูแลที่เหมาะสม ส่งผลให้เงินทุนต่างประเทศมหาศาลไหลบ่ามายังภูมิภาคนี้ นำไปสู่การจัดสรรเงินทุนที่ไม่เหมาะสม เกิดภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่และหนี้เสียในภาคธนาคารพาณิชย์ สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาการขาดดุลการชำระเงินและการขาดสภาพคล่องในระยะสั้น ส่งผลให้ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องเข้ารับการช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ซึ่งมีเงื่อนไขเข้มงวดในรูปของการดำเนินนโยบายการเงินการคลังที่เข้มงวด ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้างตามมา

เพื่อป้องกันและรับมือกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้น อาเซียนได้ร่วมมือกันใน 3 มิติด้วยกัน ในมิติที่ 1 อาเซียนได้ตั้งระบบระวังภัยอาเซียน (ASEAN Surveillance Process) ขึ้น เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2541 เพื่อดูแลสภาวะเศรษฐกิจและการเคลื่อนย้ายเงินทุนในภูมิภาค โดยให้กำหนดให้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศสมาชิกในภูมิภาคและในโลก โดยธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (ADB) เป็นองค์กรสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทางวิชาการและเงินทุน โดยการจัดการฝึกอบรมด้านเทคนิคแก่เจ้าหน้าที่ประเทศสมาชิก และได้มีการจัดตั้ง ASEAN Surveillance Technical Support Unit ในสำนักงานเลขาธิการอาเซียน เพื่อสนับสนุนระบบระวังภัยอาเซียน

มิติที่ 2 ด้านการเสริมสร้างกลไกสนับสนุนและเกื้อกูลระหว่างกันในภูมิภาคเอเชียตะวันออก (Enhancing selfhelp and support mechanism in East Asia) โดยกำหนดแนวทางความร่วมมือกับ จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่สำคัญ คือ การจัดทำความตกลงทวิภาคีด้านการแลกเปลี่ยนการซื้อขายคืนเงินตราหรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ การหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งระบบเตือนภัยในภูมิภาค และการหารือแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในภูมิภาค

มิติที่ 3 ความริเริ่มเชียงใหม่ (Chiang Mai Initiative) ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2543 เป็นการปรับปรุงความตกลงแลกเปลี่ยนเงินตราอาเซียน (ASEAN Swap Arrangement : ASA) ในด้านโครงสร้างรูปแบบและวงเงิน และให้เสริมด้วยเครือข่ายความตกลงทวิภาคีระหว่างประเทศอาเซียนกับจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี (Bilateral Swap Arrangement : BSA) โดยได้ขยายให้ ASA รวมประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเข้าด้วยกัน

เมื่อพิจารณาความร่วมมือของอาเซียนทั้ง 3 มิติ พบว่าเป็นความร่วมมือที่มีพื้นฐานการเริ่มต้นที่มีเหมาะสมและมีความเป็นรูปธรรมมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือดังกล่าวนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการเป็นประชาคมเศรษฐกิจที่สมบูรณ์นั้น นอกจากการเปิดเสรีการค้าสินค้าและบริการแล้ว ต้องให้ความสำคัญความร่วมมือด้านการเงินทั้งการเชื่อมโยงระบบการชำระเงิน การเปิดเสรีตลาดทุนและการเปิดเสรีภาคธนาคารพาณิชย์ การมีระบบความร่วมมือเพื่อป้องกันและรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจจะมีส่วนช่วยให้การเปิดเสรีในมิติต่างๆ ที่กล่าวมาดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้ประกอบการและนักลงทุนที่มุ่งแสวงหาประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ย่อมมีหน้าที่โดยตรงที่ต้องติดตามและประเมินเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด เพราะภาวะเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคอาเซียนเปลี่ยนแปลงค่อนข้างรวดเร็วในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจัยภายในประเทศและปัจจัยนอกประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ทั้งจากจีน ญี่ปุ่น และสหรัฐ ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาคนี้ค่อนข้างมาก

การปรับตัวที่ทันต่อสถานการณ์จะส่งผลให้ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจลดลง และจะส่งผลต่อเนื่องให้การรวมตัวทางเศรษฐกิจประสบความสำเร็จสูงขึ้น เป้าหมายสำคัญของร่วมมือเพื่อป้องกันวิกฤตเศรษฐกิจของอาเซียน คือ การพึ่งพากันเองในการป้องกันและรับมือกับปัญหาให้ทันต่อสถานการณ์ ภายใต้การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร การหารือเชิงนโยบาย การใช้ประโยชน์เงินทุนสำรองระหว่างประเทศร่วมกัน เพื่อให้อาเซียนเป็นประชาคมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งในอนาคต

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ