posttoday
"เฮลิโก" โดรนเอ็กซ์ตรีมพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดสู่ธุรกิจ

"เฮลิโก" โดรนเอ็กซ์ตรีมพัฒนาเทคโนโลยีต่อยอดสู่ธุรกิจ

05 กันยายน 2557

ในปัจจุบันการประดิษฐ์เทคโนโลยีใหม่ๆ มีให้เห็นไม่เว้นวันและนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำธุรกิจที่เรียกได้ว่าใครจับทางได้ก่อนก็มีโอกาสก่อน

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ในปัจจุบันการประดิษฐ์เทคโนโลยีใหม่ๆ มีให้เห็นไม่เว้นวันและนับเป็นอีกหนึ่งช่องทางทำธุรกิจที่เรียกได้ว่าใครจับทางได้ก่อนก็มีโอกาสก่อน เช่นเดียวกับเรื่องราวของยานิส และเอ็ดการ์ สองคู่หูจากลัตเวีย ประเทศเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลบอลติกและอดีตสภาพโซเวียต ที่สามารถจับเอาเทคโนโลยีโดรนมาสร้างเป็นธุรกิจใหม่จนอาจจะกลายเป็นสินค้าส่งออกในเร็วๆ นี้

ยานิสและเอ็ดการ์เป็นแฟนกีฬาเอ็กซ์ตรีมตัวยง ไม่เคยพลาดการแข่งขันรายการใดมาก่อน อย่างไรก็ดี ทั้งสองหนุ่มพบว่าท่ามกลางฝูงชนมหาศาลและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของนักกีฬา ทำให้การถ่ายรูปหรือวิดีโอเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง

ความยากลำบากในครั้งนี้ ทำให้สองหนุ่มคิดว่าคงจะดีไม่น้อยถ้าหากมีกล้องที่สามารถถ่ายจากมุมสูงได้ ซึ่งประจวบเหมาะกับช่วงที่เทคโนโลยีโดรนเริ่มแพร่หลายในลัตเวียพอดี แต่ว่าสองหนุ่มกลับต้องผิดหวัง เมื่อพบว่าโดรนที่สามารถบินได้อัตโนมัติยังไม่มีวางขายในประเทศแห่งนี้

“ไม่เคยมีโดรนที่ถ่ายรูปพร้อมกับบินได้ด้วยตนเองในตลาดของลัตเวีย” สองหนุ่มเล่าถึงการเริ่มต้นธุรกิจที่เปลี่ยนโชคชะตาของทั้งสอง หลังจากไม่สามารถหาซื้อโดรนแบบดังกล่าวในท้องตลาดได้ ทั้งสองจึงตัดสินใจว่าต้องประดิษฐ์ด้วยตนเอง

นั่นจึงเป็นที่มาของ เฮลิโก ธุรกิจผลิตและจำหน่ายโดรนที่นอกจากจะบินเองได้โดยอัตโนมัติแล้ว ยังมีเซ็นเซอร์ถ่ายรูปได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีจอยบังคับแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีเซนเซอร์พิเศษที่สามารถจับความเคลื่อนไหวของจุดโฟกัสชนิดที่เรียกได้ว่าไม่ให้คลาดสายตาเลยทีเดียว

โดรนรุ่นแรกของสองหนุ่มที่ออกมาโลดแล่นอยู่ในท้องตลาดมีชื่อว่า “แอร์ด็อก” เป็นโดรนขนาดเล็กชนิดพับเก็บได้ มีน้ำหนักราว 1.6 กิโลกรัมเท่านั้น แต่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 70 กม./ชั่วโมง และมาพร้อมกับกล้องขนาดจิ๋วและอุปกรณ์เซ็นเซอร์ที่ช่วยให้การเก็บภาพเป็นไปอย่างราบรื่น

ด้วยเซ็นเซอร์ขนาดเล็กที่สามารถติดบริเวณแขนหรือหมวกนิรภัย โดรนจะจับความเคลื่อนไหวจากเซ็นเซอร์ดังกล่าวและสามารถติดตามได้ไม่ว่าจะเคลื่อนไหวเร็วขนาดไหนก็ตาม

“เทคโนโลยีดังกล่าวอาจเป็นเพียงการสิ่งประดิษฐ์เซ็นเซอร์เล็กๆ แต่เชื่อหรือไม่ว่ามันต้องใช้นวัตกรรมกว่า 10 ตัวในการประดิษฐ์” ยานิสอ้างพร้อมเสริมว่า ไม่เคยมีการประดิษฐ์เช่นนี้มาก่อนบนโลก

นอกจากนี้ โรงงานและหน้าร้านของทั้งสองหนุ่มตั้งอยู่ที่เรดบริก ซึ่งเคยเป็นสถานที่ตั้งของโรงเบียร์มาก่อน แต่ในปัจจุบันนับเป็นแหล่งรวมตัวของบรรดาฮิปสเตอร์ในกรุงริกา เมืองหลวงของลัตเวีย จึงไม่แปลกที่เทคโนโลยีของทั้งสองหนุ่มจะได้รับความสนใจจากบรรดาคนรุ่นใหม่ไม่น้อย และเทรนด์การถ่ายรูปด้วยโดรนของสองหนุ่มก็กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าปัจจุบันธุรกิจของยานิสและเอ็ดการ์จะประสบความสำเร็จในฐานะธุรกิจที่กำลังโด่งดัง แต่เป้าหมายกลับอยู่ไกลกว่านั้น ทั้งคู่หวังเป็นอย่างยิ่งว่า โดรนของเฮลิโกจะกลายเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญตัวใหม่ของลัตเวียซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งประเทศ ทั้งนี้ในปัจจุบันลัตเวียเป็นประเทศที่กำลังมีอัตราการเจริญเติบโตรวดเร็วที่สุดในสหภาพยุโรป (อียู)

กระนั้น การดึงดูดการลงทุนจากต่างชาตินับว่ายังเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ประกอบการลัตเวียหน้าใหม่ ทว่าด้วยเทคโนโลยีการระดมทุนสมัยใหม่อย่างคราวด์ฟันดิง ก็ช่วยให้ทั้งสองสามารถระดมเงินได้ 1.2 แสนยูโร (ราว 6.4 ล้านบาท) เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

ปัจจุบันทั้งคู่มีทุนเพียงพอที่เริ่มสายการผลิตของตนเอง ซึ่งคาดว่าจะเริ่มต้นในต้นเดือน ต.ค. และจะเริ่มจำหน่ายให้แก่ผู้คนที่สั่งจองก่อนช่วงคริสต์มาสปีนี้

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน