posttoday
"ออมจากน้อยเป็นร้อนล้าน" ของ กิติชัย เตชะงามเลิศ

"ออมจากน้อยเป็นร้อนล้าน" ของ กิติชัย เตชะงามเลิศ

05 กันยายน 2557

"กิติชัย เตชะงามเลิศ” ผู้ลงทุนอิสระในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ เพิ่งเปิดตัวหนังสือพ็อกเกตบุ๊ก “ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน” ซึ่งเป็นเล่มที่ 2 ไป

"กิติชัย เตชะงามเลิศ” ผู้ลงทุนอิสระในตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์ เพิ่งเปิดตัวหนังสือพ็อกเกตบุ๊ก “ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน” ซึ่งเป็นเล่มที่ 2 ไป

ความแตกต่างระหว่างเนื้อหาเล่มนี้กับเล่มก่อน “จาก 1 ล้านเป็น 500 ล้าน” ตรงที่เล่มก่อนผู้อ่านเป้าหมายคือสำหรับผู้ที่มีความรู้เรื่องการลงทุนทั้งตลาดหุ้นและอสังหาริมทรัพย์อยู่แล้ว

เล่มนี้จะเหมาะสำหรับประชาชนทั่วไปที่มีเงินเดือนเฉลี่ย 1.52 หมื่นบาท ว่าถ้าสามารถเริ่มต้นการออมด้วยวิธีที่เขาแนะนำก็สามารถทำให้เงินงอกเงยจนเป็นหลัก 90 ล้านบาทได้ก่อนอายุ 50 ปี หรือสามารถเป็นเจ้าของคอนโดมิเนียมที่ติดริมรถไฟฟ้าได้ด้วยมูลค่า 1 ล้านบาท ด้วยการมีเงินเก็บหรือผ่อนเดือนละกว่า 8,000 บาท/เดือน และได้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนปล่อยให้เงินทำงานเฉลี่ยต่อปีที่ 18%

สมมติฐานที่ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี 18% คิดมาจากที่ตลาดหุ้นไทยตั้งแต่เดือน ก.ย. 2541 ดัชนีหุ้นอยู่ที่ 204 จุด ถึงเดือน พ.ค. 2556 ที่ 1,650 จุด หุ้นไทยเติบโตขึ้น 15.29% ซึ่งถือเป็นอัตราผลตอบแทนแบบทบต้นด้วย โดยแต่ละปีได้เงินปันผลจากอัตราผลตอบแทนปันผลตลาดโดยรวมเฉลี่ย 3% รวมเป็น 18%

มีตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนว่าถ้าเก็บเงินเฉลี่ยเดือนละ 9,000 บาทได้ แล้วฝากเงินปกติอย่างน้อยได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3% ต่อปี ผ่านไป 30 ปี จะมีเงินเก็บ 4.7 ล้านบาท/ปี ซึ่งเงินสำหรับผู้ที่มีเงินเดือนเฉลี่ย 1.52 หมื่นล้านบาทในปัจจุบันอาจมองว่าเงินก้อน 4.7 ล้านบาทเยอะในตอนนี้เป็นเงินก้อนใหญ่ แต่ถือว่าน้อยมากในอีกหลายปีข้างหน้า

ดังนั้น ในหนังสือจะชี้จุดให้เห็นว่า ถ้าเงินออมต่อเดือนในระดับเดียวกันแต่ถ้าสามารถลงทุนในตลาดหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ได้ 18% ต่อปี ภายใน 30 ปี ข้างหน้าจะทำให้มนุษย์เงินเดือนปกติสามารถมีเงินออมได้ถึง 90 ล้านบาท

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังสามารถลงทุนได้ แต่ต้องเลือก เพราะอย่างน้อยราคาจะเพิ่มขึ้นในอนาคต หรืออย่างคอนโดมิเนียมราคาห้องละ 1 ล้านบาท ก็มีบางโครงการที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

ถ้าลงทุนในคอนโดมิเนียมที่ดี บนถนนสุขุมวิท อย่างคอนโดที่อาศัยปัจจุบันซื้อเมื่อ 19 ปีที่ผ่านมา แบ่งเป็นอยู่เองและซื้อให้คนอื่นเช่าด้วย โดยราคาซื้อมาเพียง 7 ล้านบาท แต่ตอนนี้ขายไปในราคา 19 ล้านบาท เพียงแค่นี้หากรู้จักอดทน มีวินัยในการออมก็จะทำให้มีเงินเก็บได้เป็นก้อนเป็นกำได้เช่นกัน

แต่ทุกอย่างจะประสบความสำเร็จได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเริ่มจากออมก่อนแล้วค่อยใช้เงินที่เหลือหลังจากหักไว้แล้ว รองลงมา คือ ต้องเป็นคนมีวินัยมีการลงทุนตามสัดส่วนอายุ เพราะคนอายุน้อยก็สามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงได้มากกว่า ซึ่งก็จะได้มาพร้อมกับผลตอบแทนที่สูงด้วยเช่นกัน

ขนาดพอร์ตการลงทุนโดยรวมของ “กิติชัย” ปัจจุบันยังอยู่ในหลักมากกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเหตุที่พอร์ตการลงทุนเขาอาจจะไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นในระยะ 1-2 ปีนี้ เป็นเพราะการที่เข้าไปซื้อหุ้น บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) และไม่ได้มีการขายตัดขาดทุนไป ซึ่งถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพงมาก

แต่ตอนนี้ก็เริ่มหวังว่าจะดีขึ้น เพราะเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวที่ชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ภาครัฐก็มีนโยบายที่จะมีการลงทุนโปรเจกต์ก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ซึ่งจะต้องมีการใช้เหล็กมากขึ้น และขณะเดียวกันโรงถลุงเหล็กที่อังกฤษก็ใกล้จะถึงจุดคุ้มทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็หวังว่าทุกอย่างจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เร็วๆ นี้

ปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตการลงทุนส่วนตัวของเขาคือ 70% เป็นอสังหาริมทรัพย์และหุ้น 30% โดยหุ้นได้มีการลงทุนที่กระจายตัวมากขึ้นประมาณ 10 ตัว จากเดิมกระจุดตัวเพียง 45 ตัวเท่านั้น ขณะที่การเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันยังถือว่ายังมีการลงทุนได้อยู่ เพียงแต่ว่าต้องมีการคัดเลือกในรายละเอียดมากขึ้น เนื่องจากตอนนี้มีการก่อสร้างคอนโดมิเนียมจำนวนมาก

คนหนึ่งจะมีเงินเก็บเป็นก้อนได้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะเริ่มทำ เพราะสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ที่เติบโตในอนาคต เมื่อมีตัวช่วยอย่างหนังสือคำแนะนำหรือแนวทางต่างๆ มาแล้ว อ่านเพื่อศึกษาข้อมูลไว้ก็จะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่มีการลงมือปฏิบัติ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี