
โฟกัสการโค้ชทีม
ครั้งที่แล้วกล่าวถึงความเหมือนและแตกต่างของการโค้ชตัวต่อตัว และการโค้ชทีม การพัฒนาผู้บริหารให้เป็นโค้ชของทีมที่มีผู้ร่วมภารกิจทีมจากหลากหลายวัฒนธรรม
ครั้งที่แล้วกล่าวถึงความเหมือนและแตกต่างของการโค้ชตัวต่อตัว และการโค้ชทีม การพัฒนาผู้บริหารให้เป็นโค้ชของทีมที่มีผู้ร่วมภารกิจทีมจากหลากหลายวัฒนธรรม
เบื้องต้นควรสร้างความเข้าใจก่อนว่า โฟกัสการโค้ชทีม อยู่ที่ผลลัพธ์และเป้าหมายของทีม การพัฒนาความสัมพันธ์ในการร่วมงานกันภายในทีม และความสัมพันธ์ของสมาชิกในทีมต่อบุคคลภายนอกทีมที่ทีมจะต้องประสานงานด้วยเพื่อบรรลุภารกิจและความสัมพันธ์ที่ดีระยะยาว หากโค้ชทีมสื่อสารความสำคัญของการมุ่งไปที่โฟกัสเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่แรกได้ ทัศนคติของผู้เข้ามาร่วมทีมจะไปในทางเดียวกันตั้งแต่ต้น และมักไม่ก่อความขัดแย้งที่ไม่สร้างสรรค์หรือถือประโยชน์ส่วนตนเป็นใหญ่
อย่างไรก็ตาม ทีมโค้ชอาจสังเกตได้ว่า ผู้ร่วมทีมมักมีสไตล์การร่วมงานในทีมต่างกัน เช่น แบบที่หนึ่ง เชื่อว่าทีมที่ดีต้องเร็ว แข่งขันได้ เหนือผู้อื่น สอง คือ ทีมที่ดีต้องมีความสุขในการมาพบกัน สาม คือ ทีมที่ดีต้องทำอะไรแบบปรึกษาหารือกัน ทำด้วยกัน สี่ คือ ทีมที่ดีต้องอยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ไม่ควรผิดพลาด ดิฉันมีประสบการณ์ทำกิจกรรมทีมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาจากหลายประเทศ พบว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาชาวฟิลิปปินส์กับไทยมีแนวโน้มเป็นแบบที่สอง ชาวญี่ปุ่นและชาวสิงคโปร์มีแนวโน้มเป็นแบบที่สี่ ชาวเกาหลีจะมีทั้งแบบที่หนึ่งและสาม
เมื่อมีทีมที่มาจากนานาวัฒนธรรม โค้ชจึงควรสร้างบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่เอื้ออำนวยสภาวะดังต่อไปนี้ให้เกิดขึ้นตั้งแต่แรกคือ หนึ่ง Diversity of opinion คือ แต่ละคนแสดงความคิดและเหตุผลของตนเองได้ ถ้ามั่นใจว่ามีประโยชน์ ควรมั่นใจในการพูดออกมา ไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนคนอื่น สอง Decentralization ความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญของแต่ละคน ในภูมิภาคของตน ได้รับการยอมรับและความสำคัญ และสาม Integration สามารถประสานการตัดสินใจของแต่ละบุคคล มาสร้างประโยชน์ของการตัดสินใจโดยรวม
สิ่งสำคัญคือ โค้ชของทีมเป็นตัวอย่างที่ดีของทีม เช่น หนึ่ง เป็นตัวอย่างที่ดีของการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง โค้ชนำให้ทีมหมั่นวิเคราะห์สถานการณ์ภายนอกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งกระทบต่อการตัดสินใจของทีมอยู่เสมอ
สอง รู้ว่าเมื่อไหร่จะวางตัวเป็นโค้ชและไม่ตัดสินใจให้ และเมื่อไหร่ที่กล้าตัดสินใจ สาม เชื่อในศักยภาพของคนจากวัฒนธรรม เป็นผู้เรียนรู้อยู่เสมอ สี่ มีค่านิยมส่วนตัวที่ยึดถือปฏิบัติรวมถึงจริยธรรม ห้ามมองการณ์ไกล รับมือกับข้อมูลที่ซับซ้อน ไม่สมบูรณ์และคลุมเครือได้อย่างชาญฉลาด
ขั้นตอนการโค้ชทีม คือ หนึ่ง เริ่มจากภาพใหญ่เป้าหมายและความสำเร็จที่คาดหวัง คำถามที่โค้ชใช้ เช่น “ผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร” “จากวันนี้ไปเราจะวัดผลได้อย่างไร” “ภาพความสำเร็จของเราเป็นอย่างไร” “เราจะร่วมงานกันอย่างไรเพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ของเรา”
ขั้นที่สอง คือ เปิดโอกาสให้ทีมได้แลกเปลี่ยนความเห็น การวิเคราะห์ข้อมูลและความคืบหน้าที่เกี่ยวข้องต่างๆ โค้ชรับฟัง ขั้นตอนที่สาม เริ่มระดมสมองว่า สิ่งที่จะลงมือปฏิบัติมีอะไรบ้าง (Actions) ขั้นตอนที่สี่ คือ โค้ชทบทวนในสิ่งที่ตกลงกัน เสนอการสนับสนุน และขอคำมั่นในการลงมือปฏิบัติ
ข้อสุดท้าย คือ โค้ชทบทวนการร่วมงานวันนี้ เราได้เรียนรู้อะไร จากกัน ชื่นชมทีมในสิ่งที่ทำได้ดี ทบทวนว่ามีอะไรที่เราต้องทำให้ดีขึ้นในครั้งหน้า
ความสามารถพิเศษในตัวผู้ร่วมทีมแต่ละคนอาจทำให้ทีมโดดเด่นในบางเรื่อง แต่ความสามารถพิเศษของทุกคนในทีมหากมาประสานกันได้นั้น จะทำให้ทีมได้ชัยชนะและมีความสุขด้วยจริงไหมคะ







