
บัวหลวงมองโค้งสุดท้ายดัชนีหุ้นปรับฐานรอไต่ขึ้น
บลจ.บัวหลวง มั่นใจเศรษฐกิจไทยดีขึ้น หนุนปรับฐานไม่แรง ต่างชาติรอผลงานรัฐบาลก่อนกลับซื้อหุ้น
บลจ.บัวหลวง มั่นใจเศรษฐกิจไทยดีขึ้น หนุนปรับฐานไม่แรง ต่างชาติรอผลงานรัฐบาลก่อนกลับซื้อหุ้น
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง เปิดมุมมองการลงทุนในช่วงที่เหลือของปี 2557 โดยเชื่อว่าหุ้นไทยจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในลักษณะแกว่งตัวขึ้น โดยอาจจะมีความผันผวนบ่อยและอาจมีความหนืดมากขึ้น โดยการปรับขึ้นของดัชนีจะไม่มากและไม่ต่อเนื่องหลายวัน ซึ่งเป็นลักษณะของการปรับฐานรูปแบบหนึ่งในกรอบเวลาที่กว้างขึ้น ซึ่งการปรับฐานนี้จะช่วยเพิ่มเสถียรภาพของแนวโน้มขาขึ้นในรอบต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากมีประเด็นความกังวลใหม่ๆ ที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง น่าจะเป็นปัจจัยจากต่างประเทศมากกว่าปัจจัยในประเทศ เช่น การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ หรือปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาคต่างๆ ที่รุนแรงขึ้น ซึ่งคงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร ดังนั้นนักลงทุนจึงควรมองไปยังพื้นฐานในอนาคตระยะยาว โดยมองว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ใดน่ากังวลไปกว่าความไม่สงบเมื่อช่วงต้นปี
นอกจากนี้ หลังจากรัฐบาลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว น่าจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนดัชนีต่อไป
“หากหุ้นไทยปรับฐานก็ไม่น่าจะรุนแรง เนื่องจากความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยที่ดีจะสร้างความมั่นใจของนักลงทุน ถึงแม้ระดับมูลค่าหุ้นไทยอาจจะค่อนข้างตึงตัวสำหรับคาดการณ์ผลประกอบการปี 2557 แต่โอกาสที่จะเห็นความคืบหน้าในทางที่ดีต่อเศรษฐกิจและผลประกอบการในอนาคต เชื่อว่านักลงทุนไม่น่าจะเปลี่ยนมุมมองระยะยาวที่ดีต่อหุ้นไทยเพียงเพราะราคาหุ้นขึ้นมาเร็วเกินไป” บลจ.บัวหลวง ระบุ
นอกจากนี้ เชื่อว่ามีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะสนใจหุ้นไทยเพิ่มขึ้น หลังจากรัฐบาลรักษาการใหม่เริ่มทยอยเดินหน้าปฏิบัตินโยบายต่างๆ ให้เกิดผลจริงในอนาคต
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายในในปีนี้ คาดว่า มีแนวโน้มคงที่ระดับ 2% ไปจนถึงสิ้นปีนี้ กลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ของ บลจ.บัวหลวง จึงยังเน้นการลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อความผันผวนที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คือ แนวทางการดำเนินนโยบายการเงินของของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และอังกฤษที่คาดว่าจะเริ่มปรับเปลี่ยนการดำเนินนโยบายการเงินไปสู่ระดับปกติหลังดำเนินนโยบายแบบผ่อนคลายมาอย่างยาวนาน ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกได้กองทุนบัวหลวงคาดว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไปจากมาตรการควบคุมราคาสินค้าและพลังงานของคสช. ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวทำให้กนง.ยังมีความจำเป็นที่ต้องดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวให้มีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มคงที่ในระดับ 2.00% จนถึงสิ้นปีนี้







