posttoday
"ดิจิทัลทีวี" การแข่งขันเพิ่งเริ่มต้น

"ดิจิทัลทีวี" การแข่งขันเพิ่งเริ่มต้น

04 กันยายน 2557

ดูเหมือนว่าดิจิทัลทีวีจะมีศึกอยู่รอบด้าน เพราะผ่านมาเกือบครึ่งปีที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลทีวี แต่มีเพียง 30% จากจำนวนประชากรทั้งประเทศที่ได้สัมผัสกับดิจิทัลทีวีอย่างเต็มรูปแบบ เพราะการแจกคูปองเพื่อแลกกล่อง DVB T2 ยังไปไม่ถึงไหน แถมยังมีแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีความบันเทิงให้เสพ ไม่ว่าจะเป็นจากโซเชียลมีเดีย จากยูทูบ หรือสารพัดแอพพลิเคชั่น ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีต้องคิดหนัก

ดูเหมือนว่าดิจิทัลทีวีจะมีศึกอยู่รอบด้าน เพราะผ่านมาเกือบครึ่งปีที่ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลทีวี แต่มีเพียง 30% จากจำนวนประชากรทั้งประเทศที่ได้สัมผัสกับดิจิทัลทีวีอย่างเต็มรูปแบบ เพราะการแจกคูปองเพื่อแลกกล่อง DVB T2 ยังไปไม่ถึงไหน แถมยังมีแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีความบันเทิงให้เสพ ไม่ว่าจะเป็นจากโซเชียลมีเดีย จากยูทูบ หรือสารพัดแอพพลิเคชั่น ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการดิจิทัลทีวีต้องคิดหนัก

แต่ถึงอย่างไรก็ดี ตามกฎมัสต์แคร์รี่ที่ช่วยให้ดิจิทัลทีวีสามารถไปออนแอร์ในช่องเคเบิล และกล่องรับสัญญาณดาวเทียมต่างๆ ได้ ช่วยให้ดิจิทัลทีวีมีช่องทางการรับชมที่เปิดกว้างขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ดิจิทัลทีวีต้องทำอย่างเร่งด่วนก็คือ การหาคอนเทนต์ที่โดนใจผู้ชม เพื่อให้ผู้ชมสามารถจดจำช่องได้ดี เนื่องจากผู้ชมยังใหม่ต่อแต่ละช่องรายการ และยังเลือกสุ่มรับชม

เรามาดูกันว่าในระยะแรกของสงครามดิจิทัลทีวี ดิจิทัลช่องไหนที่สามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในใจของผู้บริโภคกันได้บ้าง และแต่ละช่องดิจิทัลใช้อะไรเป็นแม่เหล็กเพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาสนใจมากขึ้น

ขึ้นแท่นมาเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มทีวีดิจิทัลคือ ช่อง 8 ของอาร์เอส ซึ่งดึงรายการบันเทิงในทีวีดาวเทียมขึ้นมาอยู่บนระบบดิจิทัลทั้งหมด จึงเป็นงานง่ายที่ผู้บริโภคที่เคยติดตามช่อง 8 เดิมจะย้ายไปดูบนระบบดิจิทัลที่คมชัดกว่า อีกทั้งการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา ได้ช่วยขยายฐานผู้ชมมากยิ่งขึ้น ทำให้ช่อง 8 ที่เคยอยู่อันดับ 2 ตอนเริ่มเปิดระบบดิจิทัลขยับขึ้นสู่อันดับ 1 ได้

อันดับ 2 คือ เวิร์คพอยท์ ที่ร่วงลงจากอันดับ 1 ในกลุ่มทีวีดิจิทัล ก็ยกรายการจากทีวีดาวเทียมมาออนแอร์ในดิจิทัลทีวีทั้งกระบิ จึงสามารถดึงฐานผู้ชมเดิมที่ชื่นชอบตามมาในช่องดิจิทัล พร้อมทั้งเริ่มตามล่าผู้ชมหน้าใหม่ๆ ให้เข้ามาเป็นแฟนคลับมากขึ้น ด้วยการนำเสนอเกมโชว์ใหม่ๆ ที่ไม่ได้ออกอากาศทางช่องอื่นๆ มาก่อน แล้วยังส่งซีรีส์เกาหลีที่กำลังฮิตมาเรียกเรตติ้ง รวมถึงสุดยอดซีรีส์จากจีน อเมริกา และอังกฤษ เมื่อออกอากาศไปแล้วก็ได้รับการตอบรับจากคนดูที่เข้ามาชื่นชมในแฟนเพจ และช่องทางต่างๆ ของเวิร์คพอยท์กันอย่างท่วมท้น

ค่าย PPTV ก็ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ชมที่นิยมเกาหลีไม่น้อย เพราะยกกองทัพละครแดนกิมจิฟอร์มยักษ์เข้าอัดในช่วงเวลาไพรม์ไทม์ภาคค่ำเพื่อชนกับละครไทยของช่องที่เป็น “เจ้าแห่งละคร” ในตลาดทีวีระบบอะนาล็อก รวมถึงละครของทีวีดาวเทียม ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าได้ผลในระดับหนึ่งเท่านั้น เพราะกลุ่มนิยมละครเกาหลียังไม่กว้างนัก และยังถูกจำกัดด้วยแพลตฟอร์มการนำเสนอผ่านดิจิทัลทีวีและทีวีดาวเทียมเท่านั้น ส่วนคอนเทนต์ของ PPTV จะเน้นผลิตเอง 50% และจ้างผลิตรวมทั้งซื้อคอนเทนต์ 50% โดยเน้นซื้อคอนเทนต์จากโซนเอเชีย เช่น เกาหลี จีน ญี่ปุ่น เป็นต้น

มาทางช่อง 3 HD กันบ้าง ซึ่งนำบางรายการจากช่อง 3 อะนาล็อกเดิม เช่น ผู้หญิงถึงผู้หญิง และได้เพิ่มบางรายการใหม่ขึ้นมาอีกเพียบ และยังนำวาไรตี้ข่าวรูปแบบใหม่ที่นำเสนอข่าวเด่นประเด็นร้อนและสุดยอดข่าวฮิต พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง กิตติ สิงหาปัด, ฐปณีย์ เอียดศรีไชย และปัญญา นานกระโทก รวมทั้งนำเสนอละครซีรีส์ไทย จีน เกาหลี แต่ช่อง 3 SD และช่อง 3 Family ยังไม่โดดเด่นมากนัก

ช่อง “ไทยรัฐ” ก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับ 4 ได้สำเร็จด้วยจุดเด่นที่เน้นรายการข่าวถึง 50% โดยใช้ความเป็นคลังข่าวและรากเหง้าของความเป็นไทยรัฐ ที่มีพื้นฐานข้อมูลการยิงประเด็นเก่ง และยังได้เทคโนโลยีใหม่ๆ มาร่วมอีก และข้อสำคัญที่สร้างความน่าสนใจให้กับช่องนี้อย่างมากก็คือ การเป็นช่องรายการข่าวในช่วงเวลาละคร

ดิจิทัลทีวีที่ได้รับความนิยมมาเป็นอันดับ 5 คือ MONO 29 ที่โดดเด่นด้วยคอนเทนต์ซีรีส์ดังๆ หลังตกลงเซ็นสัญญากับบริษัท โซนี่ พิคเจอร์ส เทเลวิชั่น (เอสพีที) จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีคอนเทนต์ดังเกรดเออย่างมากมายเตรียมเข้าฉายให้ชมในไทย ตอบสนองกลุ่มผู้นิยมหนังซีรีส์ต่างประเทศที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นี่เป็นเพียงแค่ศึกแย่งชิงคนดูช่วงแรกของดิจิทัลทีวีต่างๆ เท่านั้นจะเห็นได้ว่าบางช่องก็ส่งของจริงมาชิมลาง บางช่องก็เก็บของเด็ดเอาไว้ เชื่อว่าในไม่ช้าคงจะมีการปรับผังครั้งใหญ่ และทยอยส่งของเด็ดเข้ามาประชันกันอย่างเต็มที่ ซึ่งต้องรอดูกันต่อไปว่าช่องไหนจะชนะศึกในครั้งนี้ แต่ที่แน่ๆ คนไทยจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน