posttoday
โค้กชูแผน 7 ปีรุกโชห่วยอัดโครงการเถ้าแก่ผู้หญิงกรุตุ้น

โค้กชูแผน 7 ปีรุกโชห่วยอัดโครงการเถ้าแก่ผู้หญิงกรุตุ้น

04 กันยายน 2557

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

โดย...รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย

ตลาดน้ำอัดลมในปัจจุบัน ร้านค้าปลีกรายย่อย หรือโชห่วย ถือว่าเป็นช่องทางจำหน่ายของน้ำอัดลมที่สำคัญ และมีการแข่งขันสูง โค้ก ในฐานะผู้นำตลาดน้ำอัดลมในไทย จึงเดินหน้าผุดโครงการ “ธุรกิจยั่งยืนกับโคคาโคลา” เข้าไปบริหารจัดการร้านค้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายสินค้าภายในร้าน รวมทั้งสินค้าอื่นของบริษัท ทั้งโค้ก แฟนต้า น้ำดื่มน้ำทิพย์ ให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

พรวุฒิ สารสิน ประธานกรรมการ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ เปิดเผยว่า ช่องทางจำหน่ายของธุรกิจน้ำอัดลมของบริษัทเป็นร้านค้าปลีกรายย่อย ตู้แช่ สัดส่วนถึง 70% หรือกว่า 2.5 แสนร้านค้า ที่เหลืออีก 30% ขายผ่านโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ บริษัทจึงต้องสร้างความแข็งแกร่งให้กับร้านค้าปลีกรายย่อย เพราะเป็นห่วงโซ่ทางธุรกิจที่สำคัญ

ดังนั้น บริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย)จึงประกาศแผนพัฒนาร้านค้าปลีกรายย่อยระยะเวลา 7 ปี ทุ่มงบ 180 ล้านบาท เปิดตัวโครงการธุรกิจยั่งยืนกับโคคาโคลา และเป็นหนึ่งของโครงการระดับโลก 5by20 ที่มุ่งพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงในการบริหารจัดการร้านค้าปลีกรายย่อย ซึ่งเป็นห่วงโซ่ของธุรกิจโคคาโคลา รวม 5 ล้านคนในกว่า 100 ประเทศทั่วโลกภายในปี 2563 โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 ด้วยการฝึกอบรมให้ซัพพลายเออร์ ผู้แทนจำหน่าย ร้านค้าปลีก

สำหรับในไทยจะมุ่งบริหารจัดการร้านค้า 3 ด้านด้วยกัน คือ 1.การจัดเรียงสินค้าบนชั้นวาง2.การบริหารคลังสินค้า และ 3.การบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพโดยจับมือกับทีเอ็มบี ดำเนินการใน62 จังหวัด นำร่องที่ภาคใต้ 5 จังหวัด เริ่มเดือนมิ.ย.นี้ โดยบริษัท หาดทิพย์ เบื้องต้นมีผู้เข้าร่วมอบรม 1,300 คน ช่วงเดือน ก.ย.จะเริ่มอบรมในกรุงเทพ สิ้นปีนี้ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมอบรม 7,000 คน และปี 2563 เพิ่มเป็น 4.5 หมื่นคน

“เราไม่มองถึงการขยายช่องทางโชห่วยเพิ่ม แต่ต้องการเพิ่มศักยภาพความรู้ทางธุรกิจรอบด้านให้กับคนกลุ่มนี้ ให้เจ้าของร้านที่ร่วมโครงการไม่จำเป็นต้องจำหน่ายน้ำอัดลมเท่านั้น แต่ผู้ที่ขายสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆก็สามารถเข้าร่วมอบรมเพื่อสร้างจุดขายให้โดดเด่นและตรงกับความต้องการของลูกค้า ทำให้ร้านค้าสามารถดำเนินธุรกิจได้อยู่บนผลกำไร” พรวุฒิ กล่าว

แอนโตนิโอ เดล โรซาริโอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โคคาโคลา กล่าวว่า จากลูกค้าร้านโชห่วยของบริษัท 2.5 แสนร้านค้า แบ่งเป็น กรุงเทพฯ และภาคกลาง 30% ภาคอีสาน 30% ภาคใต้ 1015% และที่เหลือภาคเหนือ 2530% ซึ่งผลการดำเนินโครงการใน 44 ประเทศทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมอบรม 5.5 แสนล้านคน ส่งผลให้ร้านค้ามียอดขายไม่เฉพาะเครื่องดื่มน้ำอัดลมแต่รวมทั้งสินค้าอื่นๆ โดยรวมเติบโตเฉลี่ย 1720% ในอินโดนีเซียกว่า 60% มียอดขายเพิ่มขึ้น

จากรายงานขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ พบว่า ผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของกิจการในสัดส่วนถึง 60% แต่กลับมีรายได้เพียง 10% และเกือบ 90% นำเงินที่ได้รับไปซื้อสินค้าอื่นๆ ส่งผลให้เงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งโค้กเป็นส่วนหนึ่งร่วมพัฒนาความเป็นอยู่สังคมและเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ควบคู่กับการสร้างช่องทางร้านค้าปลีกรายย่อยให้มีอัตราเติบโตและแข็งแกร่ง สามารถแข่งขันกับโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่แผนตลาดในช่วงไตรมาส 4 จะเปิดตัวแคมเปญใหม่ เพื่อสร้างสีสันต้อนรับการเฉลิมฉลอง ซึ่งปีนี้การดำเนินธุรกิจยอมรับว่ายากมากขึ้นทั้งภาวะเศรษฐกิจ และคู่แข่งถึง 3 รายที่มีความแข็งแกร่ง และเชื่อว่าไตรมาส 4 จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นหลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรกตลาดเครื่องดื่มโดยรวมเติบโตเพียงแค่ 2% ส่วนตลาดน้ำอัดลมแทบไม่เติบโต

เป้าหมายของโค้กคงไม่ไกลเกินเอื้อมกับการคว้าส่วนแบ่งมาครอบครองที่ 58% ในสิ้นปีนี้ หลังจากปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่ง 55% จากตลาดมูลค่า 4.6 หมื่นล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพราะปีนี้ทั้งปีโค้กเปิดแคมเปญการตลาด อัดกลยุทธ์มัลติเสิร์ฟ ทั้งไซส์เล็กและใหญ่เข้าถึงคนได้ทุกที่ทุกเวลา และโครงการธุรกิจยั่งยืนโคคาโคลา สะท้อนถึงการรุกคืบเข้าไปสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างร้านค้าปลีกรายย่อย เปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญของธุรกิจน้ำอัดลมในไทยนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท