
เปิดอนาคต"RCEP"กระตุ้นธุรกิจอาเซียน-คู่ค้า
นอกจากรวมกลุ่มกันภายในภูมิภาคแล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนยังต้องมองไกลไปถึงคู่ค้าด้วย
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
นอกจากรวมกลุ่มกันภายในภูมิภาคแล้ว ประเทศสมาชิกอาเซียนยังต้องมองไกลไปถึงคู่ค้าด้วย หนึ่งในการเชื่อมโยงที่ต้องให้ความสนใจคือการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ของ 10 ชาติอาเซียนและคู่ค้าอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ซึ่งหอการค้าไทยได้จัดเสวนาหัวข้อ ความอยู่รอดของภาคธุรกิจในอาเซียนบวก6 เพื่อชี้ให้โอกาสในการเปิดเสรีครั้งนี้
สุพจน์ มหพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ชี้ว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กับ RCEP จะเพิ่มประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการไทยให้สามารถขยายตลาดในต่างประเทศได้มากขึ้น เช่นเดียวกับการดึงทุนต่างชาติเข้าประเทศ โดยในส่วนของการขยายธุรกิจในต่างประเทศนั้น แบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ ออกไปลงทุนในต่างประเทศ และการค้าขายในลักษณะร่วมลงทุน ซึ่งผู้ประกอบการไทยควรมีการวิเคราะห์ความเสี่ยงของธุรกิจก่อนตัดสินใจ
เจนนิเฟอร์ อัลเลน เลขานุการเอก สถานทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย มองว่า RCEP จะเป็นตัวช่วยในการขยายโอกาสการค้าและการลงทุนของภูมิภาค เห็นได้จากหลังมีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ทำให้มูลค่าการค้าไทยออสเตรเลีย เพิ่มขึ้นถึง 200% โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์
“RCEP เป็นสิ่งที่จะช่วยพัฒนาการค้าและการลงทุนมากขึ้น จากเดิมเป็นการเจรจาค้าเสรีแบบอาเซียนบวก 1 เท่านั้น ออสเตรเลียอยากให้ RCEP เป็นข้อตกลงที่จะเข้าถึงได้ง่ายและไม่ซับซ้อนเท่าการทำอาเซียนบวก 1 และหวังว่าจะเป็นตัวพัฒนาห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค และดึงประเทศในกลุ่มเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่ด้วย”
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีบริษัทออสเตรเลียลงทุนในไทยประมาณ 170 ราย โดยมีทั้งบริษัทขนาดกลางและเล็ก และยังมีหลายประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าและการลงทุน เช่น ภาษี ข้อจำกัดเรื่องการลงทุนของบริษัทต่างประเทศ ดังนั้นทางออสเตรเลียจึงอยากใช้ RCEP เป็นตัวช่วยในการเปิดกว้างการค้า การลงทุนระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลียมากขึ้น เพื่อลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB)
ขณะที่ ชานนท์ ออสติน ตัวแทนจากสถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย กล่าวว่า RCEP จะเป็นโอกาสสำคัญของนิวซีแลนด์ที่จะเข้ามามีบทบาทในอาเซียน โดย RCEP มีผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ทั้งด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งจะเน้นการทำข้อตกลงที่มีคุณภาพ เพราะในอนาคตอาเซียนจะเป็นฐานการผลิตของภูมิภาคนี้
“เห็นด้วยว่า RCEP จะเป็นสิ่งสำคัญและดีมากในภูมิภาค เป็นตัวเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้ามามีบทบาทและใช้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้มากขึ้น”
นาวีน สัดเซนา เลขานุการเอก สถานทูตอินเดียประจำประเทศไทย กล่าวว่า อินเดียจะได้ประโยชน์จาก RCEP ในเรื่องของการขจัดกฎระเบียบที่ยุ่งยากและซับซ้อนทางการค้าให้เหลือเพียงฉบับเดียว อีกทั้งจะกลายเป็นข้อตกลงที่มีผลทางการค้าใหญ่ที่สุดในโลก โดยภาคบริการด้านไอทีและรับจ้างผลิต (เอาต์ซอร์ส) ของอินเดียจะได้ประโยชน์จากข้อตกลง RCEP มากที่สุด







