posttoday
งานหิน "ฉัตรชัย"โล๊ะสต๊อกข้าว 18 ล้านตัน

งานหิน "ฉัตรชัย"โล๊ะสต๊อกข้าว 18 ล้านตัน

03 กันยายน 2557

น่าจะเป็นภารกิจที่ยากยิ่งสำหรับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์คนใหม่

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

น่าจะเป็นภารกิจที่ยากยิ่งสำหรับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์คนใหม่ ที่ต้องเข้ามาสะสางงานใหญ่ในกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะการผลักดันการส่งออกที่เป็นหัวใจการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและการโละสต๊อกข้าวสาร 18 ล้านตัน

หากโฟกัสเฉพาะการระบายข้าวสารในสต๊อก ต้องถือว่าเป็นภารกิจสุดหินและมีความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลในปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น

นั่นเพราะหากการระบายข้าวเกิดข้อครหาว่าไม่สุจริตโปร่งใสเมื่อใดก็จะส่งผลต่อศรัทธาของประชาชนที่มีต่อ คสช.ลดลงทันตาเห็น ไม่ต่างจากเมื่อครั้งระบายข้าวในสต๊อก 2 ล้านตัน แบบลับๆ ในสมัยรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ทำข้าวถุงล่องหน ตลอดจนขายข้าวในสต๊อกให้พ่อค้าในเครือข่ายสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

นอกจากนี้ โจทย์ที่ยากสำหรับการระบายข้าวในสต๊อกยังอยู่ที่ความสมดุลในการกำหนดจังหวะในการระบายข้าวแต่ละครั้ง เพื่อไม่ให้กระทบราคาในตลาด

เพราะแม้ว่าก่อนหน้านี้ ดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะคณะทำงานระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ได้เสนอแผนระบายข้าวสต๊อกรัฐต่อ พล.อ.ฉัตรชัย ในฐานะรองประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่า การระบายข้าวสารทั้ง 18 ล้านตัน จะใช้เวลาประมาณ 3 ปี โดยจะเร่งระบายข้าวในช่วงเดือน ส.ค.ก.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิตใหม่ 2557/2558 ยังไม่ออกสู่ตลาด

แต่ปรากฏว่าราคาข้าวเปลือกกลับดิ่งลงเหลือ 7,8008,000 บาท/ตัน จากก่อนหน้านี้ที่ราคาอยู่ที่ 8,800-9,000 บาท/ตัน จนชาวนาบางกลุ่มออกมาโวยวายถึงราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำลง ในขณะที่ผู้ส่งออกให้เหตุผลว่ามาจากการเปิดระบายข้าวรอบสองของกระทรวงพาณิชย์กลางเดือน ก.ย.นี้ ในปริมาณ 12 แสนตัน และพ่อค้าชะลอซื้อข้าวส่งออก

ทำให้มองได้ว่าขณะนี้ตลาดและวงการข้าวกำลังทดสอบฝีมือการบริหารจัดการสต๊อกข้าวของ พล.อ.ฉัตรชัย จากที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัย ต้องเจอบททดสอบที่หนักหน่วงจากการขายยางในสต๊อก 2.1 แสนตัน จนส่งผลให้ราคายางพาราในตลาดดิ่งลง 56 บาท/กก. มาแล้ว

ในขณะที่การหาตลาดข้าวส่งออกต่างประเทศนั้น โดยเฉพาะการขายข้าวแบบจีทูจี แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์จะร่วมมือกับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย โดยออกหน้าหาตลาดส่งออกข้าวจีทูจี กระทั่งได้ทำข้อตกลงซื้อขายข้าวกับรัฐวิสาหกิจนำเข้าข้าวจากจีน คือ คอฟโก้ ในปริมาณ 1 ล้านตัน/ปี ซึ่งล่าสุดมีการส่งมอบข้าวแล้ว 2 แสนตัน เหลือปริมาณที่จะตกลงซื้อขายกันอีกไม่เกิน 8 แสนตัน แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ไทยจะคว้าสัญญาซื้อขายข้าวล็อตใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เวียดนามเร่งส่งออกข้าวไปจีนตัดหน้าไทยเป็นจำนวนมาก ทั้งยังขายได้ในราคาต่ำกว่าไทย

หรือตลาดฟิลิปปินส์ที่ล่าสุด คสช.เห็นชอบการลงนามเอ็มโอเอขายข้าวระหว่างไทยและฟิลิปปินส์ 1 ล้านตัน/ปี เป็นเวลา 3 ปี หรือระหว่างปี 2557-2559 แต่การตกลงราคาซื้อขายข้าวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีก เพราะในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาเวียดนามแย่งตลาดข้าวฟิลิปปินส์ไปจากไทย ส่งผลให้ไทยที่เคยส่งออกข้าวไปฟิลิปปินส์ได้ในสัดส่วน 80% ของปริมาณที่ฟิลิปปินส์นำเข้าทั้งหมดลดลงเหลือเพียง 10% ในปัจจุบัน

กระทั่งตลาดตะวันออกกลาง เช่น อิรัก อิหร่าน ปัจจุบันประเทศย่านนี้หลีกเลี่ยงการนำข้าวจากไทย หลังผู้ส่งออกที่เป็นนายหน้าของรัฐบาลส่งข้าวคุณภาพต่ำ แถมยังมีการโกงน้ำหนักจนถึงกับมีการตีกลับข้าวไทยออกไป ทำให้ไทยสูญเสียตลาดข้าวในแถบนี้ไปทันทีไม่น้อยกว่า 3 แสนตันเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น โจทย์ใหญ่ที่รอ พล.อ.ฉัตรชัยอยู่คือการจัดการกับข้าวที่มีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน หรือที่เรียกว่าข้าวเสื่อมสภาพ ที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ข้าวในสต๊อกเป็นข้าวดี 80% และเป็นข้าวเน่า 20% หรือคิดเป็นปริมาณข้าวเสื่อมสภาพไม่ต่ำกว่า 3.6 ล้านตัน ซึ่งถือว่าสูงมาก

จึงต้องจับตาดูว่า พล.อ.ฉัตรชัย จะมีวิธีการจัดการกับข้าวเสื่อมสภาพตรงนี้อย่างไร การขายข้าวจำนวนนี้ในราคาที่สมเหตุสมผล ตลอดจนการหาคนกระทำผิดมาลงโทษกรณีข้าวเน่าให้ถูกใจประชาชนที่คาดหวังต่อการสะสางการทุจริตของ คสช.

นี่จึงถือเป็นงานหินที่รอ รมว.พาณิชย์คนใหม่ที่จะเข้ามาสะสางปัญหา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท