
วัตถุดิบทรงตัวโรงงานโหมผลิตเอทานอล
โรงงานโหมผลิตเอทานอลช่วงราคาวัตถุดิบทรงตัวสต๊อกไว้ใช้หวั่นต้นทุนสูงขายไม่ได้ราคาวอนบริษัทน้ำมันทำแผนซื้อขายระยะยาว
โรงงานโหมผลิตเอทานอลช่วงราคาวัตถุดิบทรงตัวสต๊อกไว้ใช้หวั่นต้นทุนสูงขายไม่ได้ราคาวอนบริษัทน้ำมันทำแผนซื้อขายระยะยาว
นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมผู้ผลิตเอทานอล เปิดเผยถึงสถานการณ์การผลิตเอทานอลในช่วงนี้โรงงานแต่ละพยายามผลิตเอทานอลเก็บเป็นสต๊อกไว้ เนื่องจากยังพอมีกากน้ำตาล(โมลาส) และมันสำปะหลัง ที่ใช้ในการผลิต แม้จะราคาสูงขึ้น เพราะปัญหาที่ผู้ผลิตเป็นห่วงคือโมลาสจะขาดแคลนมากว่า ส่งผลให้ตอนนี้มีสต๊อกเอทานอลล่าสุดสิ้นเดือนพ.ค.อยู่ที่ 80-90 ล้านลิตรแยกป็นสต๊อกของโรงงาน 52 ล้านลิตร ที่เหลือเป็นสต๊อกที่อยู่กับบริษัทน้ำมัน 30-40 ล้านลิตร
ทั้งนี้สต๊อกเอทานอลจำนวนดังกล่าวสามารถรองรับความต้องการเอทานอลในระบบได้ประมาณ 2-3 เดือน แต่ในระหว่างนี้จะประเมินสถานการณ์กันเป็นระยะๆ ซึ่งยืนยันจะไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนแน่นอน เพียงแต่ต้นทุนการผลิตเอทานอลอาจต้องสูงขึ้น เนื่องจากราคาโมลาสอยู่ที่ 5.50-5.60 บาท/ก.ก. จากปีก่อนมีราคาอยู่ที่ 3 บาท/ก.ก. เท่านั้น ในขณะที่ราคามันเส้นอยู่ที่ 6 บาท/ก.ก. จากเดิมก.ก.ละ 4.50 บาท
สำหรับราคาซื้อขายเอทานอลเดือนมิ.ย. เฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 23 บาท/ลิตร ซึ่งยังเป็นราคาที่พอรับได้ แต่หลังจากนี้ราคาโมลาสน่าจะปรับสูงขึ้นอีก เพราะปริมาณมีน้อย ส่วนหนึ่งมีการนำโมลาสไปใช้อย่างอื่นนอกเหนือจากการผลิตเอทานอล ซึ่งจะคุ้มทุนกว่า
นอกจากนี้ต้องการให้บริษัทน้ำมันทำสัญญาซื้อขายเอทานอลเป็นแบบรายปี จากปัจจุบันที่มีการซื้อขายเป็นรายเดือนหรือรายไตรมาสเพื่อให้ผู้ผลิตมั่นใจในเรื่องตลาดรับซื้อ รายได้ และสามารถวางแผนกำลังการผลิต ให้สอดคล้องกัน แต่ที่ผ่านมาข้อเสนอดังกล่าวได้รับการปฏิเสธ
“คาดว่าช่วงปลายปีจะมีปัญหาเรื่องปริมาณเอทานอลเพราะหาวัตถุดิบมาผลิตไม่ได้หรือมีก็ต้องราคาแพง ดังนั้นในช่วงนี้ยังมีโมลาสอยู่บ้างจะพยายามเร่งผลิตเก็บเป็นสต๊อกไว้ ถ้าใครไม่มีวัตถุดิบก็หยุดผลิตเป็นช่วงๆ ซึ่งปัญหาเรื่องวัตถุดิบขาดเป็นปัญหาเดิมๆที่เกิดขึ้นทุกครั้งในช่วงปลายปี การแก้ปัญหาก็ทำเท่าที่ทำได้ และภาครัฐก็รู้ถึงปัญหานี้ดี”นายสิริวุทธิ์ กล่าว
ปัจจุบันความต้องการใช้เอทานอลอยู่ที่วันละ 1.2 ล้านลิตร ในขณะที่กำลังการผลิตรวมสามารถทำได้ถึงวันละ 2.9 ล้านลิตร เมื่อพิจารณาแล้วหากมีการผลิตจริงจะมีกำลังการผลิตมากกว่าความต้องการใช้ ดังนั้นรัฐบาลจะต้องส่งเสริมให้มีการใช้แก๊สโซฮอล์ให้มากขึ้น เพื่อรองรับกับกำลังการผลิตที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต







