
"จีเอ็มเอส-พัฒาด่าน"ส่งค้าชายแดนทะลุเป้า
การค้าชายแดนคือหนึ่งในภารกิจสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องขับเคลื่อน เพื่อช่วยผลักดันการขยายตัวเศรษฐกิจของไทย วันนี้ “โพสต์ทูเดย์”
โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียนโพสต์ทูเดย์
การค้าชายแดนคือหนึ่งในภารกิจสำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่จะต้องขับเคลื่อน เพื่อช่วยผลักดันการขยายตัวเศรษฐกิจของไทย วันนี้ “โพสต์ทูเดย์” จึงได้เปิดมุมมองของภาคเอกชน ซึ่งโดยรวมแล้วต่างต้องการให้กระชับความสัมพันธ์กับประเทศใกล้เคียงมากขึ้น พร้อมพัฒนาด่านชายแดน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน
เชียงรายดันกรอบจีเอ็มเอส
บุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การค้าใน จ.เชียงราย ส่วนใหญ่เน้นการค้าขายกับประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ และเป็นอนาคตของประเทศไทย ปัจจุบันมีพม่าและลาวเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย ที่นำสินค้าไทยส่งต่อไปยังประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาลื่นไหลดี แต่อาจติดขัดบ้างเมื่อสินค้าไทยถูกกัก เพื่อเก็บภาษีในการส่งออกต่อไปยังจีน ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคเอกชนแก้ไขปัญหาเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ จีนจะลดหย่อนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าที่นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สินค้าจากพม่าเสียภาษีเพียง 6% ขณะที่สินค้าประเทศอื่นจะเสียภาษี 12-13% ซึ่งภาษีดังกล่าวเป็นภาษีท้องถิ่น แตกต่างกันไปตามสินค้าและพื้นที่ ดังนั้นภาครัฐต้องเจรจาให้จีนมองไทยเป็นประเทศเพื่อนบ้านให้ได้
บุญธรรม ชี้ว่า รัฐบาลใหม่ต้องสนใจการค้าในพื้นที่จีเอ็มเอสมากขึ้น โดยมองประเทศพม่าเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าของไทยไปยังประเทศเพื่อนบ้านของพม่า ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ทั้งสิ้น เช่น จีน อินเดีย บังกลาเทศ เรื่องเหล่านี้จะเป็นการบ้านของรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเข้ามาดูแลเรื่องการค้าชายแดน เพราะนอกจากส่งเสริมการค้าชายแดนแล้ว ต้องมองออกไปให้ไกลกว่าการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน
“รัฐบาลใหม่เป็นความหวังของประเทศ หากจะพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าชายแดนก็เป็นอนาคตของประเทศ และภาคเหนือตอนบนเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงด้านการค้าระดับชายแดนและการค้าระดับอนุภูมิภาค”
นอกจากนี้ ด้านการขนส่งสินค้า จ.เชียงราย ยังต้องการมอเตอร์เวย์คู่ขนานกับถนนพหลโยธินเพื่อใช้ขนส่งสินค้า เนื่องจากปัจจุบันเส้นทางการขนส่งสินค้ามีเพียงเส้นทางเดียว ขณะที่การค้ามีปริมาณเพิ่มมากขึ้น จึงมีปัญหาการจรจร หากเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ได้ จะรองรับการขยายตัวทางการค้า และช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งให้กับผู้ประกอบการได้เป็นอย่างดี
สระแก้ววอนกระชับสัมพันธ์กัมพูชา
บำรุง ล้อเจริญวัฒนะชัย ประธานหอการค้าจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า การผลักดันการค้าชายแดนเป็นหน้าที่ของพ่อค้าอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาดูแล คือ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน อย่าให้มีปัญหาระหว่างกัน เพราะอาจส่งผลต่อการทำธุรกิจ ส่วนด้านอื่นๆ ไม่มีปัญหาอะไร
ขณะเดียวกัน หากต้องการดำเนินนโยบายใดๆในพื้นที่ต่างจังหวัด ก็ต้องการให้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อให้สามารถกำหนดนโยบายที่เหมาะสม
ภาคใต้ชูพัฒนาด่านชายแดน
วัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ กล่าวว่า อยากฝากให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับการพิจารณาผลักดันเปิดด่านการค้าชายแดนในพื้นที่ภาคใต้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่เน้นที่ด่านปาดังเบซาร์และด่านสะเดา จ.สงขลา ซึ่งต่างกำลังมีปัญหาแออัดทำให้การขนส่งล่าช้า
สำหรับบริเวณที่เห็นว่ามีศักยภาพที่จะส่งเสริมให้เกิดการค้าชายแดนและการค้าข้ามแดนกับมาเลเซียนั้น ได้แก่ ด่านสุไหงโกลก ด่านตากใบ และด่านบูเก๊ะตา จ.นราธิวาส ด่านเบตง จ.ยะลา ด่านวังประจัน จ.สตูล และด่านประกอบ จ.สงขลา ซึ่งปัจจุบันด่านเหล่านี้ยังมีมูลค่าการนำเข้าส่งออกกับมาเลเซียรวมกันเพียง 2,000-3,000 ล้านบาทเท่านั้น
“อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับด่านที่เหลือเพิ่มขึ้นอีก เพราะจะทำให้ความเจริญไม่กระจุกตัวอยู่ใน จ.สงขลา เท่านั้น อีกทั้งยังจะช่วยทำให้มูลค่าการค้าชายแดนในพื้นที่ภาคใต้ขยับขึ้น จากปัจจุบันมีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 5 แสนกว่าล้านบาท/ปี เป็น 9 แสนล้านบาท/ปี หรือมีสัดส่วนการค้ากับมาเลเซียเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็นเกือบ 20% ซึ่งจะช่วยทำให้มูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 2 ล้านล้านบาทได้”
นอกจากนี้ ยังต้องการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาช่วยดูแลราคาสินค้าเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะราคายางพาราซึ่งเป็นสินค้าและรายได้หลักของภาคใต้ เช่น การคุมกำลังการผลิตยางพาราและพื้นที่ปลูกยางไม่ให้เพิ่มขึ้น รวมทั้งการบริหารจัดการสต๊อกยางพาราที่เหลืออยู่ ซึ่งจะต้องหารือร่วมกันทั้ง 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อวางแผนการใช้ยางในสต๊อกอย่างไรที่เหลือค้างอยู่ รวมทั้งการวิจัยพัฒนาเพิ่มมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา เพื่อช่วยดึงราคายางพาราให้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันราคาตกไปอยู่ที่ 52 บาท/กิโลกรัม
สำหรับหน้าตารัฐบาลชุดใหม่นั้น วัฒนา กล่าวว่า เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มาแบบทางด่วน ก็หวังว่าจะใช้วิธีการบริหารงานแบบทางด่วนด้วย แต่จะต้องทำงานด้วยความโปร่งใส ซึ่งภาคเอกชนหวังว่ารัฐบาลชุดนี้น่าจะทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของไทยดีขึ้น ที่สำคัญนโยบายเรื่องการปราบปรามการคอร์รัปชั่นจะต้องเอาจริง เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่าจะเอาจริงกับเรื่องนี้ หากพบว่ารัฐมนตรีคนไหนคอร์รัปชั่นก็จะไล่ออกทันที ซึ่งก็หวังว่าจะทำได้จริง และคิดว่าคงให้เวลาประมาณ 6 เดือน รอดูผลงานของรัฐบาลชุดนี้ว่าสามารถเดินหน้าได้มากแค่ไหน







