
กดซื้อข้าวเปลือก
ยังไม่ทันที่ข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิต 2557/2558 จะออกสู่ตลาด แต่ขณะนี้ชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ภาคกลางกำลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ
ยังไม่ทันที่ข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิต 2557/2558 จะออกสู่ตลาด แต่ขณะนี้ชาวนาที่ปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ภาคกลางกำลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. วิเชียร พวงลำเจียก นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ผ่าน สยุมพร กุลสุ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.พระนครศรีอยุธยา เรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงหรือพยุงราคาข้าวเปลือกในท้องตลาด หลังจากไม่มีโครงการรับจำนำข้าว ทำให้พ่อค้าข้าวและโรงสีจึงเป็นคนกำหนดราคารับซื้อข้าวกันเอง
“ล่าสุดมีการต้อนรับรัฐบาลชุดใหม่ด้วยการรวมหัวกันกดราคารับซื้อข้าวเปลือกจากเดิม 7,000-8,000 บาท/ตัน ตกลงเหลือ 5,000-6,000 บาท/ตันเท่านั้น โดยกลุ่มพ่อค้าข้าวอ้างว่าราคาที่ปรับลดลงมามากกว่า 1,000 บาท/ตัน เป็นผลมาจากฝนตกที่ตกลงมาทำให้ความชื้นในเมล็ดข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวสูงเกิน 30%” วิเชียร ระบุ
วิเชียรย้ำว่าสาเหตุหลักที่ทำให้พ่อค้าข้าวกดราคาซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา เป็นเพราะตอนนี้ไม่มีการแทรกแซงราคาข้าวจากรัฐบาล และอีกทั้งในช่วงเดือน ก.ย. เป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวนาปรังออกมาจำนวนมากที่สุดในรอบปีการผลิต เพราะเป็นการเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังรอบที่ 2 ก่อนที่น้ำเหนือจะไหลหลากเข้าท่วมทุ่งนา
“อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เร่งกำหนดนโยบายที่จะช่วยเหลือชาวนา โดยเฉพาะในการพยุงราคาข้าวเปลือก เพื่อเป็นการเบรก ไม่ให้พ่อค้าข้าว กดราคารับซื้อต่ำลงกว่านี้” วิเชียร กล่าว
ด้านสมาคมโรงสีข้าวไทย รายงานว่า ณ วันที่ 1 ก.ย. 2557 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ราคาข้าวเปลือกเจ้า 100% (ความชื้น 15%) ราคาอยู่ที่ 8,000 บาท/ตัน และข้าวเปลือกเจ้า 5% ราคาอยู่ที่ 7,800 บาท/ตัน
ในขณะที่ข้าวเปลือกเจ้า 5% ในพื้นที่ จ.นนทบุรี ราคา 7,900-8,000 บาท/ตัน พื้นที่ จ.นครปฐม 7,900 บาท/ตัน พื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา 7,800 บาท/ตัน พื้นที่ จ.ลพบุรี ข้าวเปลือก 5% (ความชื้น 15%) ราคาอยู่ที่ 8,000 บาท และข้าวเปลือก 5% (ความชื้น 25%) ราคาอยูที่ 7,000 บาท







