
ตลาดบ้านฟื้นตัว...แต่ยังต้องระวัง (1)
เราพบว่าความรุนแรงทางการเมือง เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งตลาดที่อยู่อาศัยในครึ่งแรกของปี 2557 ซึ่งนับตั้งแต่ปลายปี 2556 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มอ่อนแอ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ถูกกดดันเพิ่มเติมจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ภายหลังโครงการรถยนต์คันแรกได้กระตุ้นการกู้ยืมของครัวเรือนให้ขยายตัวเร่งขึ้น ผนวกกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ร้อนแรงและยืดเยื้อจนถึงกลางปี 2557 ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งแรก มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากในช่วงปี 2555-2556 ที่ขยายตัวดี โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม
เราพบว่าความรุนแรงทางการเมือง เป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งตลาดที่อยู่อาศัยในครึ่งแรกของปี 2557 ซึ่งนับตั้งแต่ปลายปี 2556 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มอ่อนแอ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่ถูกกดดันเพิ่มเติมจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ภายหลังโครงการรถยนต์คันแรกได้กระตุ้นการกู้ยืมของครัวเรือนให้ขยายตัวเร่งขึ้น ผนวกกับความขัดแย้งทางการเมืองที่ร้อนแรงและยืดเยื้อจนถึงกลางปี 2557 ทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงครึ่งแรก มีแนวโน้มชะลอตัวลงจากในช่วงปี 2555-2556 ที่ขยายตัวดี โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม
ตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมทั่วประเทศที่ชะลอตัวลงในช่วงต้นปี ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการ สะท้อนจากสินเชื่อใหม่ (New Loan) สำหรับทั้งผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรกปี 2557 ขยายตัวลดลงอยู่ที่ 7.2% ต่อปีเท่ากัน เทียบกับไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 37.4% และ 17% ตามลำดับ
ขณะที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลาดที่อยู่อาศัยก็มีแนวโน้มชะลอตัวเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงไตรมาสแรกปี 2557 บ่งชี้จาก
ตัวชี้วัดฝั่งผู้พัฒนาโครงการ
ยอดเปิดตัวโครงการใหม่เฉลี่ยต่อเดือนในช่วงไตรมาส 12 ปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 7,000 หน่วย ลดลงประมาณ 36% จาก 1.1 หมื่นหน่วยต่อเดือนในปี 2556
ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนเพิ่มในไตรมาสแรกปี 2557 อยู่ที่ 2 หมื่นหน่วย ลดลงประมาณ 39% จาก 3.3 หมื่นหน่วยต่อไตรมาสในปี 2556 (ค่าเฉลี่ย) อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2 ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จฯ ปรับตัวดีขึ้นในระดับใกล้เคียงกับปี 2556
ตัวชี้วัดฝั่งผู้ซื้อที่อยู่อาศัย
ยอดจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในไตรมาส 12 ปี 2557 อยู่ที่ 3.8 หมื่นหน่วยต่อไตรมาส ลดลง 17% จาก 4.6 หมื่นหน่วยต่อไตรมาสในปี 2556 (ค่าเฉลี่ย)
อัตราการขายคอนโดมิเนียมในไตรมาสแรกปี 2557 ต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ 38% จากยอดเปิดใหม่ 1.2 หมื่นหน่วย อย่างไรก็ตามในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 52% จากยอดเปิดใหม่ 1.2 หมื่นหน่วย (ข้อมูลจาก บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท)
หลังจากเหตุการณ์วันที่ 22 พ.ค. 2557 ความรุนแรงทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้าได้บรรเทาลง รวมถึงการบริหารราชการแผ่นดินที่เคยอยู่ในช่วงสุญญากาศ สามารถกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของภาคเอกชน นอกจากนี้ยังส่งผลให้ความเชื่อมั่นของทั้งผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและผู้ซื้อที่อยู่อาศัยให้เริ่มปรับตัวดีขึ้นด้วย พิจารณาได้จาก
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย (HSDI) ไตรมาส 2 ปี 2557 เพิ่มขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาส สู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ 56.0
ดัชนีความเหมาะสมในการซื้อบ้านหลังใหม่ของผู้บริโภคเดือน มิ.ย. ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนอยู่ที่ 70.4
ความเชื่อมั่นของตลาดที่อยู่อาศัยที่ปรับตัวดีขึ้น ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจที่คาดว่าจะฟื้นตัว โดยธนาคารประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยในภาพรวมอาจทยอยปรับตัวดีขึ้นในครึ่งหลังของปี 2557 และต่อเนื่องถึงปี 2558 ทำให้สินเชื่อใหม่สำหรับผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยและผู้ซื้อที่อยู่อาศัยตลอดทั้งปี 2557 น่าจะชะลอตัวลงอยู่ที่ 11.9% และ 17% ต่อปี แต่จะมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นในปี 2558 อยู่ที่ 16.3% และ 27% ต่อปี ตามลำดับ
โดยสรุปคือ ธนาคารประเมินว่าตลาดที่อยู่อาศัยภาพรวมอาจทยอยปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังและจะชัดเจนขึ้นในปีหน้า ทำให้สินเชื่อใหม่เพื่อผู้พัฒนาโครงการและผู้ซื้อบ้านปี 2557 ขยายตัวชะลอลงอยู่ที่ 11.9% และ 17% ต่อปี แต่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นในปี 2558 อยู่ที่ 16.3% และ 27% ต่อปี ตามลำดับ
ครั้งต่อไป เราจะมาวิเคราะห์กันถึงแนวโน้มและปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดกันครับ







