posttoday
รุ่น 2 "แคนเตอร์ มารีน" ธุรกิจต่อเรือแคนาดา

รุ่น 2 "แคนเตอร์ มารีน" ธุรกิจต่อเรือแคนาดา

01 กันยายน 2557

“แคนเตอร์ มารีน” อาจจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก ทว่าผู้ที่รักการผจญภัยและต้องการตามล่าความฝันพิชิตทั้ง 7 คาบสมุทร

โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม

“แคนเตอร์ มารีน” อาจจะเป็นชื่อที่ไม่ค่อยคุ้นหูนัก ทว่าผู้ที่รักการผจญภัยและต้องการตามล่าความฝันพิชิตทั้ง 7 คาบสมุทร ชื่อนี้การันตีได้เลยว่ายานพาหนะสำคัญในการเดินทางฝ่าคลื่นทะเล “เรือยอชต์” จากบริษัทนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง

บริษัท แคนเตอร์ มารีน แห่งนี้ ตั้งอยู่ในเซนต์ โทมัส รัฐออนแทรีโอ ตอนกลางของแคนาดา เริ่มดำเนินกิจการต่อเรือเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 1977 หลังจาก แมนเฟรด แคนเตอร์ และลิซา ภรรยา เดินทางมาตั้งรกรากในแคนาดาเมื่อปี 1962

แมนเฟรด จูเนียร์ และคริสโตเฟอร์ ลูกชายของผู้ก่อตั้งกิจการ และปัจจุบันเป็นผู้จัดการของแคนเตอร์ มารีน เล่าให้ฟังว่า พ่อของตนศึกษาเรื่องการสร้างเรือในฮันโอเวอร์ จากนั้นจึงต่อเรือลำแรกของตนเองขนาด 6 เมตร เพื่อล่องไปตามทะเลแถบนี้

จุดเริ่มต้นธุรกิจเกิดขึ้นหลังกลับจากล่องเรือที่ใช้เวลายาวนานหลายปีแล้ว โดยมีคำสั่งว่าจ้างให้สร้างเรือขนาด 24 ฟุต ภายใต้ชื่อร้านเดิม “แคนเตอร์ ยอร์ช” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น “แคนเตอร์ มารีน” ในปัจจุบัน โดยพบว่าเรือส่วนใหญ่ที่ทางร้านสร้างยังคงใช้งานได้เป็นอย่างดี อันเป็นข้อพิสูจน์ถึงเทคนิคการสร้างเรืออันยอดเยี่ยม

ช่วงแรกทางบริษัทจะสร้างเรือจากเหล็กเป็นส่วนใหญ่ จากนั้นก็พัฒนามาใช้อะลูมิเนียม โดยเรือทุกลำได้รับการออกแบบตามนวัตกรรมการออกแบบเรือตรงตามวัสดุที่ลูกค้าต้องการอย่างพิถีพิถัน สำหรับการแล่นเรือในระยะไกล ซึ่งมีขนาดตั้งแต่ 47 ฟุต ขึ้นไป โดยเรือที่ใหญ่ที่สุดที่เคยสร้างมีขนาดยาวถึง 123 ฟุต

เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้แรงงานคนจำนวนมาก ต้องใช้เวลาในการสร้างราว 1424 เดือน จึงมีราคาค่อนข้างสูง เริ่มต้นที่ราคาต่ำกว่าล้านไปจนถึงลำละ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ

หลังธุรกิจส่งผ่านมาสู่รุ่นลูก เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายในอุตสาหกรรมเดินเรือ เนื่องจากรูปทรงและการออกแบบที่ซับซ้อนขึ้นในปัจจุบัน รวมถึงระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ภายในเรือก็ยังซับซ้อนมากขึ้น

แม้จะดูเหมือนว่าการดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ทว่าผู้จัดการรุ่นที่ 2 ของแคนเตอร์ มารีน ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจนี้ต้องเจอกับสารพัดปัญหาสะเทือนรายได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานที่หลากหลายในการสร้างเรือของแต่ละพื้นที่ อาทิ มาตรฐานสมาคมเรือและยอชต์แห่งสหรัฐ (เอบีวายซี) หรือการรับรองซีอี สำหรับเรือที่ใช้ในยุโรป รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานจากลอยด์ส รีจิสเตอร์ แถมเรือทุกลำที่สร้างยังต้องผ่านการรับรองจากหน่วยงานการขนส่งของแคนาดาด้วย

นอกจากนี้ ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกก็ส่งผลให้ลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อเรือลำใหม่ด้วย บริษัทจึงต้องตัดสินใจขยายการผลิตไปยังการสร้างเรือเชิงพาณิชย์มากขึ้น และปัญหาท้าทายประการสุดท้าย คือ บริษัทแคนาดาขายเรือแก่สหรัฐได้ยากยิ่ง เนื่องจากติด พ.ร.บ.การค้าทางทะเล ปี 1920 ที่ระบุชัดเจนว่า การขนส่งสินค้าทางน้ำทั้งหมดระหว่างท่าเรือในสหรัฐที่ชักธงชาติสหรัฐ ต้องเป็นเรือที่สร้างขึ้นในสหรัฐเท่านั้น

ส่วนความมุ่งหวังในอนาคต แมนเฟรด จูเนียร์ อยากให้รุ่นที่ 3 ของตระกูลแคนเตอร์ นำพาบริษัททะยานต่อไปในอนาคต พร้อมกล่าวเสริมว่า แม้การค้าช่วงนี้จะซบเซา ทว่าทางบริษัทยังมีโครงการสร้างเรือลำใหม่ๆ และมีบางรายอยู่ระหว่างการเจรจา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท