
มุมมองลงทุนหลังดัชนี S&P500 ทะยานขึ้นสูง
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นแตะที่ระดับเหนือ 2,000 จุด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8.21% จากต้นปี ทั้งนี้เป็นเพราะมีปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก รวมไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ทะยานขึ้นแตะที่ระดับเหนือ 2,000 จุด ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา หรือปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 8.21% จากต้นปี ทั้งนี้เป็นเพราะมีปัจจัยสนับสนุนหลัก คือ ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้นต่อเนื่อง อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำมาก รวมไปถึงเศรษฐกิจโดยรวมที่มีแนวโน้มขยายตัวได้อย่างมีเสถียรภาพ
สำหรับมุมมองการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ ยังมีมุมมองในเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP Growth ของสหรัฐในปี 2557 จะอยู่ที่ระดับ +2.1% ในขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะน่าจะอยู่ที่ระดับ +1.9% (Consensus Economics, 26 ส.ค. 2557)
อีกทั้งผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นักวิเคราะห์ต่างปรับประมาณการผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐขึ้นต่อเนื่อง เช่น EPS Growth คาดการณ์ประมาณการผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนใน S&P 500 อยู่ที่ระดับ +9.4% สำหรับปี 2557 และ +12.1% สำหรับปี 2558 ในขณะที่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วโดยรวม (MSCI World) น่าจะอยู่ที่ระดับ +7.9% สำหรับปี 2557 และ +11.2% สำหรับปี 2558 (MSCI, 26 ส.ค. 2557)
ทั้งนี้ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นสูงเหนือระดับ 2,000 จุด เป็นผลมาจากการมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการของธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมที่ฟื้นตัว แตกต่างจากยุคฟองสบู่ดอทคอมเมื่อปี 2543 โดยสิ้นเชิง เพราะในยุคนั้นดัชนี S&P 500 ซื้อขายกันที่ระดับ Earnings 30 เท่า ของมูลค่าประกอบการจริง หรืออัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) สูงกว่าระดับปัจจุบัน 19 เท่า (S&P Dow Jones Indices, 26 ส.ค. 2557)
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา ดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นแตะที่ระดับ 2,004 จุด หลังจากการประกาศตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและตัวเลขการสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods) เพื่มขึ้นดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ รวมไปถึงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจด้านเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตได้ทยอยเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐเป็นจำนวนมาก เช่น King Digital Entertainment Plc, Yelp Inc, and Twitter Inc., Alibbaba Group Holding Ltd.
และล่าสุด บริษัทด้าน ecommerce ของประเทศจีนกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งถือว่าน่าจะเป็นดีลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นสหรัฐ
นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐมีแนวโน้มขาขึ้นในช่วงเวลานี้มาจากผลการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นของทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แตกต่างจากยุคฟองสบู่ดอทคอมที่มีเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์เท่านั้น ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันตลาดหุ้นสหรัฐ
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.ที่ผ่านมา หุ้น 48 ตัว ในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นสูงที่สุดในรอบ 52 สัปดาห์ เทียบกับเมื่อปี 2543 ที่มีหุ้นเพียง 27 ตัว ที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นสูง (Bloomberg, 26 ส.ค. 2557)
การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน







