
ภารกิจรัฐบาลใหม่
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย ตอนนี้ คสช.และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นความหวังสำคัญในการนำพาประเทศไทยเดินผ่านช่วงเวลาสำคัญที่เราจะต้องฟื้นตัวจากวิกฤตและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจในโลกยุคปัจจุบัน
ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 ของประเทศไทย ตอนนี้ คสช.และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นความหวังสำคัญในการนำพาประเทศไทยเดินผ่านช่วงเวลาสำคัญที่เราจะต้องฟื้นตัวจากวิกฤตและก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นใจในโลกยุคปัจจุบัน
ที่ผ่านมาไทยเราต้องตกอยู่ในวังวนของวิกฤตการเมืองซ้ำซากและซึมลึกมาตลอดเกือบ 10 ปีเต็ม ซึ่งนั่นส่งผลให้เราไม่สามารถทำการปูรากฐานที่จำเป็นเพื่อการเติบโตของประเทศในระยะยาวได้เลย ดังนั้นห้วงเวลานี้จึงเป็นช่วงที่สำคัญที่รัฐบาลชุดใหม่จะเร่งผลักดันนโยบายสำคัญๆ ออกมาเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก ดิฉันมองว่ามีนโยบายหลักๆ อยู่ 2 ด้านที่รัฐต้องทำเพื่อยกขีดความสามารถในการแข่งขันของเราในระยะยาว
เรื่องแรกคือเรื่องการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเรื่องนี้เป็นประเด็นแรกๆ ที่ คสช.หยิบยกขึ้นมาและเริ่มมีการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมผ่านโครงการลงทุนกว่า 2.4 ล้านล้านบาท การออกแบบระบบคมนาคมขนส่งที่ดีนอกจากจะช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการทั่วประเทศด้วยค่ะ เพราะแผนการลงทุนชุดนี้มีการลงลึกถึงการสร้างระบบขนส่งเชื่อมโยงภูมิภาคอาเซียนเข้าด้วยกันด้วยค่ะ นอกจากนั้นแล้วดิฉันมองว่าโครงสร้างพื้นฐานอีกอย่างที่เราต้องให้ความสำคัญก็คือ ระบบโทรคมนาคมและการสื่อสาร ทั้งนี้เพราะสังคมปัจจุบันเป็นสังคมออนไลน์และขึ้นกับระบบดิจิทัลมาก การมีระบบโทรคมนาคมที่พร้อมจะช่วยขยายโอกาสทางธุรกิจและการเรียนรู้ของคนในชาติด้วยค่ะ
เรื่องที่สองก็คือเรื่องของการศึกษา ซึ่งหากเทียบกับเรื่องการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานแล้วเรื่องนี้ถือว่ามีความสำคัญมากกว่า และนี่ก็เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานจนกินลึกไปจนถึงระดับโครงสร้าง คสช.จำเป็นจะต้องมีนโยบายการศึกษาที่ตอบโจทย์การพัฒนาของโลกยุคใหม่ที่มีการแข่งขันสูงและเชื่อมโยงกันของตลาดโลกมากขึ้นเด็กไทยยุคใหม่ควรมีทักษะด้านภาษาและวิชาด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่ดีเพื่อปูพื้นฐานในสายวิชาชีพค่ะ
นอกจากนั้นแล้ว ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการเข้าสังคมก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้กันในการที่เด็กเราจะต้องเข้าสู่สังคมโลกที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น การที่เราสามารถผลิตคนที่มีคุณภาพออกสู่ตลาดได้จะทำให้เรามีแรงงานที่มีฝีมือที่เป็นที่ต้องการของตลาด อีกทั้งผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่มีทักษะทางธุรกิจและมีความเป็นนักประดิษฐ์นักสร้างสรรค์ที่มีฝีมือเพื่อสร้างธุรกิจยุคใหม่ที่มีศักยภาพในอนาคตค่ะ
สรุปแล้วสิ่งที่รัฐบาลใหม่ต้องทำนั้นเปรียบเสมือนการยกเครื่อง “ฮาร์ดแวร์” และ “ซอฟต์แวร์” ของระบบเศรษฐกิจไทยให้มีความทันสมัยและใช้งานได้ในอนาคต โดยเรื่องฮาร์ดแวร์ก็คือการเสริมสร้างทุนทางกายภาพของเราให้มีประสิทธิภาพในต้นทุนที่ต่ำลง ขณะที่ซอฟต์แวร์ก็คือคนที่จะไปขับเคลื่อนการทำงานของฮาร์ดแวร์ให้ทำงานได้คุ้มค่าและเต็มประสิทธิภาพ หากเรามีกำลังคนและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อมแล้ว เราก็จะได้รับประโยชน์จากการแข่งขันในเวทีสากลไม่ว่าจะระดับอาเซียนและระดับโลกได้อย่างเต็มที่ค่ะ







