posttoday
อาร์เอสปรับใหญ่เชื่อมธุรกิจสื่อ-เพลง

อาร์เอสปรับใหญ่เชื่อมธุรกิจสื่อ-เพลง

01 กันยายน 2557

หลังบริษัท อาร์เอส ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ช่วงปี 2551-2552 เนื่องจากธุรกิจเพลงเริ่มประสบกับปัญหา เพราะสื่อดิจิทัลเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวเกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก จึงทำให้บริษัท อาร์เอส ต้องออกมาประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์และมือถือ

หลังบริษัท อาร์เอส ปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ช่วงปี 2551-2552 เนื่องจากธุรกิจเพลงเริ่มประสบกับปัญหา เพราะสื่อดิจิทัลเริ่มเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวเกิดปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างหนัก จึงทำให้บริษัท อาร์เอส ต้องออกมาประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์และมือถือ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วง 45 ปีที่ผ่านมาถือเป็นการเริ่มต้น เพราะล่าสุดบริษัท อาร์เอส ได้ออกมาประกาศปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่อีกครั้ง เพื่อให้ธุรกิจมีเดียและธุรกิจเพลงมีความเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกันภายหลังจากปีนี้บริษัท อาร์เอส ออกมาประกาศหยุดการผลิตซีดีเพลงสตริงอย่างเป็นทางการ

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างวางแผนปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ในรอบ 45 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาด ซึ่งธุรกิจที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนภายหลังจากการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ คือ ธุรกิจเพลง เนื่องจากปัจจุบันธุรกิจเพลงเริ่มไม่ทำเงิน เพราะเทรนด์การดาวน์โหลดมีการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี คาดว่าในปลายปีนี้น่าจะได้ข้อสรุปการปรับโครงสร้างธุรกิจเพลง เพื่อนำผลสรุปที่ได้มาทำแผนธุรกิจในปี 2558 ซึ่งต้องทำให้เสร็จในสิ้นปีนี้ โดยหลังปรับโครงสร้างดังกล่าว บริษัท อาร์เอส มั่นใจว่าปี 2558 จะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจสื่อ ซึ่งจะมีธุรกิจเพลงเข้าไปรวมอยู่ด้วยเพิ่มจากปัจจุบัน 60% เป็นประมาณ 70% ที่เหลืออีกประมาณ 40% เป็นธุรกิจคอนเทนต์ เช่น โชว์บิซ อีเวนต์ และการตลาด

“การทำธุรกิจต้องปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้มีไขมัน ซึ่งตลอดเวลาที่เราทำธุรกิจมาไม่เคยประมาท องค์กรมีความกระชับทุกบียู และการปรับโครงการธุรกิจเพลงในครั้งนี้ถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ของธุรกิจเพลงที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศ เพราะการนำธุรกิจเพลงมาเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกับธุรกิจสื่อ” สุรชัย กล่าว

จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้บริษัท อาร์เอสมีแผนจะปรับลดการผลิตแผ่นซีดีในส่วนของเพลงลูกทุ่งด้วย จากปัจจุบันได้หยุดการผลิตแผ่นซีดีในส่วนของเพลงสตริงไปแล้ว ซึ่งภายในปี 2558 บริษัท อาร์เอส คาดว่าจะไม่มีแผ่นซีดีเพลงสตริงอยู่ในตลาด

นอกจากจะให้ความสำคัญกับธุรกิจเพลงแล้ว ในส่วนของธุรกิจสื่อบริษัท อาร์เอส ก็จะให้ความสำคัญเช่นกัน ภายหลังจากสร้างฐานธุรกิจไว้ครอบคลุมทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม หรือธุรกิจคลื่นวิทยุ แต่หน่วยธุรกิจที่จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษในตอนนี้ คือ การทำตลาดกล่องทีวีดาวเทียมซันบ็อกซ์ ภายหลังจากจับมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่างบริษัท ซีทีเอช นำคอนเทนต์ยอดนิยมอย่างพรีเมียร์ลีกอังกฤษเข้ามาใส่ไว้ในกล่องดังกล่าว

กล่องซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์ ถือเป็นกล่องน้องใหม่ที่บริษัท อาร์เอส เปิดตัวเข้ามาทำตลาดในช่วงนี้หลังจากจับมือกับบริษัท ซีทีเอช เอาการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษฤดูกาล 2014 และฤดูกาล 2015 ทุกคู่เข้ามาใส่ไว้ในกล่องดังกล่าว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้า เพราะนอกจากจะชมการแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2014 ได้แล้วยังชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้อีกด้วย

สุรชัย กล่าวว่า หลังจากเริ่มเปิดขายกล่องซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าได้ผลการตอบรับจากลูกค้าดี ต้นเดือน ก.ย.นี้จะวางจำหน่ายในร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จากปัจจุบันวางผ่านร้านทีวีดาวเทียมและร้านช่าง บริษัทมั่นใจว่าเดือน ม.ค. 2558 จะมียอดขายกล่องซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์กว่า 5 แสนกล่องแน่

สำหรับลูกค้าเก่าของกล่องซันบ็อกซ์ สามารถเลือกเติมเงินเพื่อชมการแข่งขันกีฬาทั้งสองรายการ ในราคา 249 บาท/เดือน

“กล่องซันบ็อกซ์ปีนี้ถือว่าเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว ซึ่งตลอดระยะเวลาที่เราทำตลาดกล่องซันบ็อกซ์มาถือว่าประสบความสำเร็จตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะแต่ละปีเราจะมีการเปิดตัวกล่องรุ่นใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าในช่วงเวลานั้นๆ จึงทำให้กล่องซํนบ็อกซ์มีความแข็งแรง และมียอดขายกล่องมากถึง 1 ล้านกล่องสะสมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา” สุรชัย กล่าว

หลังปรับแผนธุรกิจดังกล่าว บริษัท อาร์เอส เชื่อปี 2558 ภาพรวมผลประกอบการจะปรับตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกหน่วยธุรกิจตอนนี้มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งทีวีดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันสามารถขึ้นแท่นเป็นอันดับ 4 แทนที่ช่อง 5 ได้แล้ว ขณะที่ช่องทีวีดาวเทียมเองการตอบรับดี เช่นเดียวกับธุรกิจคลื่นวิทยุ เม็ดเงินโฆษณาเริ่มไหลเข้าในธุรกิจสื่อเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัท อาร์เอส ยอมรับว่าได้รับผลกระทบพอสมควร และอาจส่งผลให้ภาพรวมสิ้นปีนี้ไม่ถึงเป้าหมาย 5,000 ล้านบาทที่วางไว้ แต่ในด้านของกำไรบริษัท อาร์เอส มั่นใจว่าถึงหรือใกล้เคียงอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ธุรกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวภายหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน