เอกชนไทยเดินหน้าลงทุนอาเซียน
ข่าวเด่นด้านการตลาดรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาผู้ประกอบการไทยต่างเดินหน้าลงทุนมากขึ้น
ข่าวเด่นด้านการตลาดรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรดาผู้ประกอบการไทยต่างเดินหน้าลงทุนมากขึ้น
เริ่มจากวงการเครื่องดื่มโดย นางอิง ภาสกรนที กรรมการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้เข้าร่วมทุนในบริษัทที่จัดตั้งใหม่ในอินโดนีเซียร่วมกับบริษัท พีที อตรี แปซิฟิค (เอพี) บริษัทจดทะเบียนในอินโดนีเซีย รวมเงินลงทุน 1,010.1 ล้านบาท ในสัดส่วนบริษัทละ 50% หรือ 592 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียน 1,184 ล้านบาท โดยจะจัดตั้งบริษัทในไตรมาส 4 ปีนี้ ทั้งนี้เพื่อผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มอิชิตันในอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ ได้เตรียมเงินไว้ให้บริษัทร่วมทุนกู้ 50% หรือ 418 ล้านบาท โดยเงินจำนวนนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อยอดขายสินค้าเป็นไปตามสัญญาที่ระบุ และบริษัทต้องเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตที่อินโดนีเซียรวมมูลค่าโครงการ 2,020.2 ล้านบาท เงินลงทุนจำนวน 592 ล้านบาท จะมาจากเงินสดดำเนินงานของบริษัท ส่วน 418.1 ล้านบาท จะแจ้งให้ทราบเมื่อมีความแน่ชัด
ด้าน นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิและร้านอาหารญี่ปุ่น ระบุว่า แผนธุรกิจระหว่างปี 25572563 บริษัทมุ่งขยายธุรกิจชาเขียวพร้อมดื่มโออิชิและร้านอาหารญี่ปุ่นในตลาดอาเซียน โดยจะบุกตลาดมาเลเซีย สิงคโปร์ พม่า ซึ่งเป็นประเทศที่เอฟแอนด์เอ็นมีโรงงานและฐานผลิตสินค้าควบคู่กับการทำตลาดที่แข็งแกร่ง เพื่อผลักดันรายได้ต่างประเทศเพิ่มขึ้น ปัจจุบันยังมีสัดส่วนไม่ถึง 10% จากการส่งออกไป 20 ประเทศทั่วโลก
เอสซีจีเล็งลงทุนอาเซียนเพิ่มอีกเท่าตัว
นายธนวงษ์ อารีรัชชกุล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มบริษัทได้มีการเข้าไปลงทุนในภูมิภาคอาเซียนคิดเป็นมูลค่าการลงทุนราว 2,400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 7.6 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 3 หมื่นล้านบาท มีการจ้างงานแล้วกว่า 1.5 หมื่นคน ที่เหลือเป็นการลงทุนในอินโดนีเซียซึ่งในอนาคตอันใกล้นี้มีแผนจะลงทุนอีกไม่ต่ำกว่าเดิม เพื่อขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนให้มากขึ้น
ทั้งนี้ กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีนี้ มีประชากรรวมกันกว่า 100 ล้านคน ซึ่งเป็นประเทศที่มีพรมแดนทางภาคพื้นดินติดต่อกับประเทศเศรษฐกิจใหญ่อย่างประเทศจีนและอินเดีย ทำให้บริษัทข้ามชาติจากหลายภูมิภาคสนใจจะเข้ามาลงทุนในประเทศเหล่านี้มากขึ้นด้วย ขณะที่กลุ่มประเทศดังกล่าวต้องการเร่งลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่
อาร์เอสบี้ทวงเงิน กสทช.
นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา บริษัทได้ยื่นหนังสือฉบับที่ 2 ถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขออนุเคราะห์ให้พิจารณาเร่งรัดการชำระเงินสนับสนุนการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ในส่วนที่เหลืออีกประมาณกว่า 308.8 ล้านบาท จากเงินสนับสนุนรวม 427 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทได้ขอความอนุเคราะห์จากคณะกรรมการ กสทช. พิจารณาให้ความช่วยเหลือจำนวนเงินสนับสนุนที่เหลือภายในเดือน ก.ย.นี้ เนื่องจากขณะนี้บริษัทจ่ายเงินค่าเยียวยาให้ลูกค้าไปแล้วทั้งหมดกว่า 300 ล้านบาท เพื่อลดภาระต้นทุนที่บริษัทแบกรับไว้ดังกล่าว จึงอยากให้ กสทช.เร่งพิจารณาการจ่ายเงินที่เหลือ
สำหรับยอดรวมการคืนกล่องบอลโลกในช่วงที่ผ่านมามีประมาณ 2 แสนกล่อง ขณะที่ยอดคืนแพ็กเกจมีอยู่ที่ประมาณ 3 หมื่นราย ซึ่งหากคิดเป็นเม็ดเงินที่บริษัทต้องจ่ายให้กับลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลกไปคิดเป็นมูลค่าประมาณ 318 ล้านบาท (ราคากล่องละ 1,590 บาท) ส่วนเงินจ่ายคืนค่าแพ็กเกจชมบอลโลก 8.9 แสนบาท (แพ็กเกจละ 299 บาท)







