
วาระแห่งชาติ
ในการประชุมประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ)
ในการประชุมประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 2/2557 ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ได้มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์และแผนการดำเนินงานส่งเสริม SMEs ระยะเร่งด่วนปี 2558 รวม 4 ยุทธศาสตร์ รวม 13 โครงการ วงเงิน 726.7 ล้านบาท ที่ผ่านการเห็นชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ถือว่ายังน้อย เมื่อเทียบกับจำนวนเอสเอ็มอีทั่วประเทศกว่า 2.7 ล้านราย
ที่ผ่านมา โครงการพัฒนาเอสเอ็มอีดังกล่าวเป็น เป็นไปตามแผนงานของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ต้องการผลักดันเอสเอ็มอีเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยอยู่ภายใต้ โครงการผลักดันเอสเอ็มอีให้เข้ามาอยู่ภายใต้ การกำกับดูแลของสำนักงานนายกรัฐมนตรี ที่ขึ้นตรง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ สสว. ต้องกลับมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ นายกรัฐมนตรี โดยตรง จากเดิมอยู่ที่ การะทรวงอุตสาหกรรม
ถือว่าแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมเอสเอ็มอีจะออกมารวดเร็ว แต่เมื่อพิจาณางบประมาณช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทยที่ออกมาในครั้งนี้เพียง 726.7 ล้านบาท ตลอดปี 2558 เทียบกับจำนวนเอสเอ็มอีทั่วประเทศ จำนวน 2.7 ล้านราย ถือว่าน้อย ส่วนหนึ่งที่งบประมาณพัฒนาเอสเอ็มอีในแต่ละปีไม่มากนัก ก็มาจาก หน่วยงานภาครัฐ ที่ทำงบประมาณในแต่ละปี บางหน่วยงานก็ยังไม่เห็นความสำคัญของเอสเอ็มอีมากนัก
ทั้งภาคเอกชน สมาคมเอสเอ็มอี ต่างเรียกร้องให้มีงบประมาณช่วยเหลือเอสเอ็มอีปีละไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างจริงจัง เพราะประสบปัญหามากมาย ทั้งสภาพคล่อง ขอสินเชื่อไม่ได้ การทำตลาด และความสามารถในการแข่งขัน
จึงฝากความหวังไว้ที่รัฐบาลใหม่ หากมีความจริงใจยกเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติ คงต้องพิจารณาจัดสรรงบประมาณที่มากกว่านี้







