แนะโอกาสใหญ่รอบ 100 ปี ธุรกิจไทยต้องไปอาเซียน+6
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับ หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดสัมมนาใหญ่ ประจำปี 2557 “AEC and SMEs Challenges : Next Steps (Phase5)” ชื่อหัวข้ออภิปราย ในชื่อ “พัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ใช้ประโยชน์จาก 6 ประเทศได้อย่างไร” หรือที่เรียกว่า RCEP ประกอบด้วย อาเซียน รวมด้วย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย
ประเสริฐศักดิ์ องค์วัฒนกุล ประธานบริษัท อี.ซี.ไอ. กรุ๊ป เครือเจริญโภคภัณฑ์ ประเทศจีน กล่าวว่า อยากเสนอผู้ประกอบการไทยและกลุ่มเอสเอ็มอีเข้าไปขยายตลาดและลงทุนในประเทศจีน เพราะเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรมากถึง 1,300 ล้านคน และ 90% พูดภาษาเดียวกัน มีรัฐบาลชุดเดียวบริหารประเทศ จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดในอาเซียน ที่พูดภาษาแตกต่างกัน และตลาดแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน
ทั้งนี้ กำลังทำแผนกระตุ้นให้นักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนในไทย เพื่อใช้ไทยเป็นฐานลงทุนในอาเซียน ดังนั้นจึงเป็นโอกาสที่นักลงทุนไทยจะได้ร่วมมือกับนักลงทุนจากจีน ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องปรับแนวคิดธุรกิจใหม่ ด้วยการใช้ปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อหาโอกาสใหม่ๆ อย่าหยุดนิ่งทำธุรกิจ
บรรณ เกษมทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี เทรดดิ้ง กล่าวว่า ตลาดที่มีศักยภาพลงทุนของผู้ประกอบการต่อไปจากนี้คือ ประเทศอินเดียและจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่มาก เนื่องจากมีขนาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ในสัดส่วน 15% ของจีดีพีโลก มีประชากรรวมกันคิดเป็นสัดส่วน 36% ของประชากรโลก อีกทั้งรัฐบาลของประเทศอินเดียก็มีนโยบายเชิญชวนให้เข้าไปลงทุน
ขณะเดียวกัน บริษัทวางยุทธศาสตร์การลงทุนในอีก 10 ปีข้างหน้า จะขยายลงทุนไปนอกอาเซียนมากขึ้น ทั้งอาเซียน บวก 6 เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง แอฟริกา และแอฟริกาใต้ เพื่อขยายการเติบโตจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทเติบโตในประเทศและได้เข้าไปลงทุนในต่างประเทศประมาณ 20 ปีเท่านั้น โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเน้นเข้าลงทุนในประเทศอาเซียนทุกประเทศ โดยตั้งโรงงานใน 5 ประเทศของอาเซียน ทั้งอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า และฟิลิปปินส์
ด้าน ทักษ์ ศรีรัตโนภาส ผู้อำนวยการร่วมทุนและการค้าระหว่างประเทศ บริษัท น้ำตาลมิตรผล กล่าวว่า เอสเอ็มอีต้องปรับแนวทางการทำธุรกิจใหม่ให้เป็นโลก โดยตลาดใหม่ที่น่าลงทุนคือ เอเชีย อเมริกาใต้ และแอฟริกา ถือว่าเป็นตลาดกำลังเติบโตและน่าลงทุนสูง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ขยายการลงทุนเข้าไปในต่างประเทศ ทั้งจีน ลาว และออสเตรเลีย เพื่อขยายธุรกิจและทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำตาลอย่างครบวงจร ทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
จิรวัฒน์ ตั้งกิจงามวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมดีสวัสดิ์ เจ้าของแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ ดีสวัสดิ์ กล่าวว่า ต้องการเสนอให้เอสเอ็มอีไทยจำนวน 2.74 ล้านราย ปรับแนวคิดทำธุรกิจใหม่ ด้วยการขยายตลาดไปในอาเซียน บวก 6 เพราะช่วยเปิดตลาดการค้าและการลงทุนที่ดีครั้งใหญ่ในรอบ 100 ปี ที่ได้ตลาดใหม่และกลุ่มลูกค้าจำนวนมหาศาล หากเอสเอ็มอีไม่เข้าไปทำตลาดต่างประเทศ ก็ต้องเตรียมแผนตั้งรับธุรกิจอื่นที่จะเข้ามาทำตลาดในไทยแน่นอน
สำหรับการเข้าไปรุกตลาดอาเซียน บวก 6 เอสเอ็มอีต้องปรับแนวคิดธุรกิจใหม่ ทั้งปรับธุรกิจในโรงงาน การดีไซน์สินค้าใหม่ การทำประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านสื่อดังๆ ในประเทศและต่างประเทศ มุ่งเจาะตลาดเฉพาะกลุ่ม (นิชมาร์เก็ต) โดยเมื่อเข้าไปทำตลาดแล้ว ก็ต้องเข้าไปหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อร่วมลงทุนด้วยกันในระยะต่อไป โดยที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปทำตลาดทั่วโลกแล้ว ทั้งในยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียน ซึ่งขณะนี้กำลังนำสินค้าเจาะตลาดผ่านภาพยนตร์เพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
การเจาะตลาดอาเซียน บวก 6 ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการในประเทศไทย โดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องปรับแนวคิด วิธีการทำธุรกิจใหม่ เพื่อรองรับผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มาพร้อมโอกาสตลาดมากมายมหาศาล







