posttoday
วรรณมั่นใจเอเชียดี

วรรณมั่นใจเอเชียดี

28 สิงหาคม 2557

ออกทริกเกอร์ลุยหุ้น7เดือนหวังกำไร7%ใช้กลยุทธ์เลือกหุ้นแบบวอร์เรนบัฟเฟตต์

ออกทริกเกอร์ลุยหุ้น7เดือนหวังกำไร7%ใช้กลยุทธ์เลือกหุ้นแบบวอร์เรนบัฟเฟตต์

บลจ.วรรณ มั่นใจหุ้นเอเชียแปซิฟิก ออกทริกเกอร์ 7 เดือน 7% เน้นเลือกหุ้นแบบวอร์เรน บัฟเฟตต์

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า บลจ.วรรณ เตรียมเปิดขายกองทุนเปิด วรรณ เอเชีย อีโคโนมิค โมท7 ฟันด์ (ONEMOAT7) ซึ่งมีนโยบายลงทุนหุ้นภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เน้นหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ส่งออกและบริโภค ในประเทศจีน เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยคัดเลือกหุ้นตามกลยุทธ์ Economic Moat และมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทน 7% ภายใน 7 เดือน

กองทุนเปิด ONEMOAT7 จะเสนอขายระหว่างวันที่ 28 ส.ค.-5 ก.ย.นี้

“กองทุนคัดเลือกหุ้นแบบ Economic Moat ตามแนวคิดของวอร์เรน บัฟเฟตต์ ในการหาหุ้นคุณภาพและมีความสามารถในการแข่งขันจากจุดแข็งในการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจที่ผู้บริโภคเปลี่ยนใจไม่ใช้สินค้าได้ยาก มีการบริหารต้นทุนการดำเนินงานที่ค่อนข้างต่ำ มีความแข็งแกร่งของตราสินค้า ความเชื่อมโยงเครือข่ายทางธุรกิจและซับซ้อนยากต่อการถูกทดแทน และมีประสิทธิภาพของขนาดการลงทุน โดยมีราคาต่อกำไร (พี/อี) และราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (พี/บี) ต่ำ แต่มีอัตราการเติบโตของรายได้ค่อนข้างดี” นายวิน กล่าว

นายวิน กล่าวว่า กองทุน ONEMOAT7 ถือเป็นกองทุนแรกในประเทศไทยที่นำแนวคิด Economic Moat ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ มาใช้ในการคัดเลือกหุ้น

ทั้งนี้ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ (ประเทศไทย) เคยให้ข้อมูลว่า Economic Moat ตั้งขึ้นโดยวอร์เรน บัฟเฟตต์ ซึ่งเป็นตัวบอกว่าบริษัทมีความสามารถในการแข่งขันมากน้อยและยั่งยืนเท่าใด บริษัทที่มี Wide Moat มักอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความได้เปรียบในการทำกำไร และเป็นบริษัทที่มีปัจจัยทางโครงสร้างที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งในระยะยาว และสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายวิน กล่าวว่า กองทุนจะเลือกหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่สอดคล้องไปกับนโยบายภาครัฐและการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น ทำให้โอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับลดลงมีค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้

“บลจ.วรรณ ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นต่างประเทศ แต่เนื่องจากตลาดหุ้นหลัก เช่น ยุโรปและสหรัฐ ปรับขึ้นมามากแล้ว ในขณะที่ตลาดหุ้นในเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ยังน่าสนใจ โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานดี และมูลค่าหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐาน” นายวิน กล่าว

สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนของกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างดีกว่าเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้ว โดยดัชนี MSCI Asia Pacific ex. Japan ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 8.82% ขณะที่ตลาดหุ้นในบางประเทศ เช่น เกาหลีใต้และจีน ยังปรับตัวในระดับต่ำกว่ามูลค่าปัจจัยพื้นฐานการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทำให้ยังมีโอกาสที่ตลาดจะสามารถปรับตัวเพิ่มในอนาคต

มูลค่าหุ้นในกลุ่มเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ปัจจุบันมีพี/อีเท่ากับ 12.3 เท่า โดยตลาดหุ้นจีนและเกาหลีใต้ พี/อีต่ำกว่า 10 เท่า ทำให้น่าสนใจเมื่อเทียบกับระดับพี/อีของตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป และ MSCI World ที่ 16.1 14.8 และ 14.8 เท่า ตามลำดับ

“ปัจจุบันตลาดหุ้นจีนมีพี/อีประมาณ 8 เท่า และมีแนวโน้มการเติบโตจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตามมาตรการสนับสนุนภาครัฐ และการขยายตัวของสินเชื่อ รวมถึงเกาหลีใต้ที่มีมูลค่าหุ้นที่น่าสนใจ ขณะที่มีโอกาสเติบโตจากตลาดส่งออกตามการปรับตัวของเศรษฐกิจโลก” นายวิน กล่าว

นอกจากนี้ นายวิน กล่าวว่า ที่ผ่านมาเอเชียแปซิฟิกสามารถรักษาการขยายตัวได้ค่อนข้างดีและแข็งแกร่งกว่าประเทศญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป จากปัจจัยหลักด้านการส่งออก ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ มีแนวโน้มขยายตัวได้เพิ่มขึ้นตามเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และแต่ละประเทศมีมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย การบริโภค และการลงทุนในประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท