
โครงการรัฐดันเหล็กปีหน้า
ปีนี้ตลาดไม่ฟื้นรอโครงการใหญ่รัฐช้าเหล็กจีนทุ่มตลาดTSTHลำบากSSIขาดทุน
ปีนี้ตลาดไม่ฟื้นรอโครงการใหญ่รัฐช้าเหล็กจีนทุ่มตลาดTSTHลำบากSSIขาดทุน
กลุ่มเหล็กหืดจับ โครงการโครงสร้างพื้นฐานเห็นผลปีหน้า เหล็กจีนทุ่มตลาด SSI หวังไตรมาส 3 ขาดทุนลด
นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH เปิดเผยว่า โครงการการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ยังไม่ส่งผลดีต่อกลุ่มเหล็ก โดยคาดว่าจะมีผลให้เกิดความต้องการใช้เหล็กเพิ่มในอีก 69 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้การบริหารงานเพื่อให้ผลประกอบการปี 2558 (เม.ย. 2557พ.ค. 2558) ทำได้ตามเป้าหมายที่เคยกำหนดไว้นั้นเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล็กยังมีหลายปัจจัยลบ ตั้งแต่ปัญหาเหล็กจากจีนที่มีคาร์บอนต่ำทุ่มตลาดต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการใช้เหล็กในประเทศยังไม่ฟื้นตัว
“ต้องยอมรับว่าปีนี้ยังต้องเหนื่อยกันต่อ หวังว่าปีนี้จะพยายามรักษาปริมาณขายเหล็กของบริษัทให้ได้เท่าปีก่อนที่ทำได้ 1.29 ล้านตัน ถ้าจะทำให้ได้ตามเป้าหมาย บริษัทต้องทำให้ความต้องการใช้เหล็กในครึ่งปีหลังเติบโตถึง 12% ซึ่งเป็นไปได้ยากเพราะการบริโภคเหล็กทรงยาวครึ่งปีแรกหดตัวถึง 12% และความต้องการใช้เหล็กโดยรวมครึ่งปีแรกหดตัวถึง 15%”
นายราจีฟคาดว่าปริมาณการขายเหล็กในไตรมาส 2 (ก.ค.ก.ย.) จะทรงตัวเท่ากับไตรมาสแรก เพราะสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น เช่นเดียวกับที่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าปีนี้จะมีกำไรจนสามารถจ่ายปันผล 0.01 บาท/หุ้นได้หรือไม่
อย่างไรก็ดี เมื่อสถานการณ์อุตสาหกรรมไม่ดี สิ่งที่บริษัทจะทำได้ตอนนี้คือ ปรับปรุงกระบวนการบริหารภายในให้มีการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น หรือเพิ่มสินค้าที่มีมูลค่าที่สูงกว่าปกติ (High Value) โดยปีนี้เน้นการขยายแบรนด์สินค้าและขยายตลาดสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ตั้งแต่เหล็กลวดพิเศษ SD50 ที่มีคุณสมบัติรองรับความแข็งแรงได้มากขึ้น และช่วยให้ผู้รับเหมาก่อสร้างหรือโครงการประหยัดต้นทุนใช้เหล็กในการก่อสร้างลงประมาณ 16% รวมถึงการทำการผลิตเหล็กเส้นขึ้นรูปตัดและดัด ที่จะลดปริมาณการสูญเสียเหล็กที่เหลือจากการตัดและดัดของผู้ใช้งาน
วันที่ 27 ส.ค.นี้ กลุ่มผู้ผลิตเหล็กได้ไปยื่นหนังสือกับกระทรวงพาณิชย์ ให้ภาครัฐคลอดมาตรการ AD เหล็กลวดคาร์บอนต่ำ อีกทั้งผู้ประกอบการเหล็กเส้นทุกรายที่สังกัดสมาคมอุตสาหกรรมเหล็กไทยก็ไม่เห็นด้วยที่ภาครัฐจะมีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงมาตรฐาน มอก. โดยให้รวมถึงเหล็กที่ผลิตมาจากกระบวนการ Induction (เตาไฟฟ้าเหนี่ยวนำ) เนื่องจากเหล็กที่ผลิตจากเตาดังกล่าวเป็นเหล็กคุณภาพต่ำ หากเพิ่มเข้ามาในมาตรฐาน มอก.แล้ว อาจจะทำให้คุณภาพของเหล็กที่ออกสู่ตลาดลดลง และส่งผลต่อคุณภาพและความปลอดภัยในการก่อสร้าง
นายณรงค์ฤทธิ์ โชตินุชิตตระกูล รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการเงินและบัญชี บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) กล่าวว่า แนวโน้มผลขาดทุนไตรมาส 3 ปี 2557 น่าจะลดลงจากไตรมาส 2 ปี 2557 ที่ขาดทุนที่ 1,406 ล้านบาท เนื่องจากแนวโน้มส่วนต่างราคาขายเหล็กกับสินแร่ (สเปรด) ไตรมาส 34 ปี 2557 มีโอกาสยืนทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ปี 2557 ที่ราว 189 เหรียญสหรัฐ/ตัน สูงขึ้นจากไตรมาสแรก ปี 2557 อยู่ที่ระดับเพียงราว 144 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากแม้ราคาขายเหล็กจะมีทิศทางทรงตัว แต่มีปัจจัยบวกจากต้นทุนราคาแร่เหล็กและราคาพลังงานถ่านหินมีแนวโน้มปรับลดลง
นอกจากนี้ แนวโน้มปริมาณการผลิตและขายไตรมาส 3 ปี 2557 น่าจะเติบโตได้ประมาณ 46% จากไตรมาสก่อนหน้าที่มีปริมาณขายแผ่นเหล็กรีดร้อนที่ประมาณ 3.84 แสนตัน และเหล็กแท่งแบนที่มีปริมาณขายที่ 6.7 แสนตัน โดยภาคที่มีความต้องการใช้เหล็กสูงคือกลุ่มรับเหมาก่อสร้างหลังจากรัฐบาลจะเริ่มทยอยอนุมัติโครงการลงทุนใหม่เพิ่ม ขณะที่เป้าหมายปริมาณขายเหล็กรีดร้อนในประเทศทั้งปี 2557 ยังคงไว้ที่ 2.1 ล้านตัน เพราะยังมีปัจจัยผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองในช่วงครึ่งแรกของปี 2557







