
แอล.พี.เอ็น.ลดเสี่ยงปั้น"บ้านลุมพีนี"เจาะแนวราบ
หลังจากประกาศบุกตลาดแนวราบมาหลายปีในนาม บริษัท พรสันติ เพื่อกระจายความเสี่ยง
โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์
หลังจากประกาศบุกตลาดแนวราบมาหลายปีในนาม บริษัท พรสันติ เพื่อกระจายความเสี่ยง และแก้ปัญหาที่ดินบางแปลงที่ซื้อเข้ามาในพอร์ตแล้วก่อสร้างคอนโดมิเนียมไม่ได้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนในการรุกตลาดบ้านแนวราบของกลุ่มแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เท่าไรนัก
ขณะที่ภาวะตลาดคอนโดมิเนียมในปัจจุบันเจอหลากปัญหารุมเร้า ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ความต้องการของคอนโดมิเนียมชะลอตัวไปด้วย รวมถึงตลาดคอนโดมิเนียมในหลายพื้นที่เข้าสู่ภาวะอิ่มตัว อีกทั้งการทำธุรกิจขาเดียวที่พึ่งรายได้จากคอนโดมิเนียมเป็นหลักของแอล.พี.เอ็น.ฯ อาจมีความเสี่ยงมากเกินไป
ปัจจัยดังกล่าวทำให้เจ้าพ่อคอนโดมิเนียมต้องจัดทัพใหม่ โดยส่งมือปั้นชุมชนน่าอยู่อย่าง “จรัญ เกษร” เข้ามานั่งเก้าอี้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรสันติ เพื่อบุกตลาดบ้านแนวราบอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้ามีรายได้จากที่อยู่อาศัยแนวราบ ทั้งบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮาส์ประมาณ 10% ของพอร์ตรายได้ทั้งหมดของแอล.พี.เอ็น.ฯ ภายใน 2-3 ปีนับจากนี้
จรัญ เกษร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรสันติ กล่าวว่า การบุกตลาดบ้านแนวราบถือเป็นการกระจายความเสี่ยง ขณะที่ลูกค้าคอนโดมิเนียมของแอล.พี.เอ็นฯ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว วันนี้ก็เริ่มมีความต้องการขยับขยายไปอยู่บ้านแนวราบ และลูกค้ากลุ่มนี้มีความเชื่อใจในการบริหารจัดการชุมชนของแอล.พี.เอ็น.ฯ
ที่ผ่านมา แอล.พี.เอ็น.ฯ ทำตลาดคอนโดมิเนียมมา 25 ปี มี 105 นิติบุคคล มีฐานลูกค้า 9 หมื่นครอบครัว หรือกว่า 2 แสนราย เป็นกลุ่มลูกค้าที่อยู่กับแอล.พี.เอ็น.ฯ มา 10 ปีประมาณ 45 หมื่นราย ดังนั้นการทำตลาดเบื้องต้นจึงจะอาศัยฐานลูกค้าคอนโดมิเนียมที่ต้องการขยับขยายมาอยู่บ้านแนวราบ และใช้จุดแข็งเรื่อง “ชุมชนน่าอยู่” ในการบริหารอาคารชุด เป็นจุดขายของโครงการบ้านจัดสรร
“โครงการบ้านจัดสรรของพรสันติที่ผ่านมา มีลูกค้าที่มาจากฐานลูกค้าของแอล.พี.เอ็น.ฯ สูงถึง 30-40% ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อยเลย”
สำหรับการทำตลาดบ้านจัดสรรของแอล.พี.เอ็น.ฯ ในนาม “พรสันติ” ยังต้องสร้างความชัดเจนให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมาภาพลักษณ์ของแอล.พี.เอ็น.ฯ คือ การพัฒนาคอนโดมิเนียม ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังไม่รับรู้ว่ามีโครงการบ้านจัดสรรด้วย ล่าสุด จึงรีแบรนด์บ้านแนวราบใหม่ จาก “ลุมพินี” ซึ่งคล้ายกับแบรนด์คอนโดมิเนียม เป็นแบรนด์ใหม่ “บ้านลุมพินี” เน้นเจาะตลาดบ้านระดับราคา 35 ล้านบาท
ด้านแผนพัฒนาโครงการใหม่นับจากนี้จะเปิด 56 โครงการ/ปี เน้นโครงการขนาดกลางประมาณ 100 ยูนิต พื้นที่ 1020 ไร่ มูลค่า 500 ล้านบาท/โครงการ ตั้งงบซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาบ้านแนวราบ 600 ล้านบาท โดยปีนี้จะมี 3 โครงการใหม่เปิดตัวแล้ว 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการบ้านลุมพินี ทาวน์ เรสซิเดนซ์ บางนาศรีนครินทร์ ทาวน์เฮาส์ 3 ชั้น และโฮมออฟฟิศ 4 ชั้น จำนวน 27 ยูนิต มูลค่า 200 ล้านบาท เริ่มต้น 7.3 ล้านบาท และ 2.โครงการบ้านลุมพินี สวนหลวง ร.9 เป็นบ้านเดี่ยว 3 ชั้น 104 ยูนิต มูลค่า 1,200 ล้านบาท เริ่มต้น 10 ล้านบาท
ขณะที่อีก 1 โครงการ ที่จะเปิดตัวไตรมาส 4/2557 คือ บ้านลุมพินี ทาวน์ วิลล์ พระราม 2สุขสวัสดิ์ จำนวน 170 ยูนิต มูลค่า 400 ล้านบาท ส่วนรายได้ปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 800 ล้านบาท โดย 78 เดือนแรก ปิดการขายได้แล้ว 300 ล้านบาท ยังเหลืออีก 500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้ตามเป้าหมาย เพราะกำลังซื้อเริ่มฟื้นตัว
ภาพรวมตลาดบ้านแนวราบ มีแนวโน้มที่จะขยายตัวมากขึ้น จากการที่รถไฟฟ้าขยายไปยังพื้นที่ชานเมือง ซึ่งอาจจะสะท้อนได้จากตัวเลขการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ 7 เดือนแรกที่ผ่านมา ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ รายงานว่า มีจำนวนรวมทั้งหมด 61,555 ยูนิต แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 26,671 ยูนิต และคอนโดมิเนียม 34,884 ยูนิต
เมื่อวิเคราะห์ที่อยู่อาศัยเปิดตัวใหม่ในเดือน ก.ค. 2557 พบว่า บ้านจัดสรรเริ่มกลับมาเปิดตัวมากขึ้น มีจำนวน 5,157 ยูนิต มากกว่าหลายเดือนก่อนหน้านี้ ส่วนคอนโดมิเนียมเปิดตัวใหม่อยู่ที่ 3,153 ยูนิต และในอีก 5 เดือนที่เหลือคาดว่าบ้านแนวราบจะเติบโตต่อเนื่อง จากการที่ผู้ประกอบการรายใหญ่หันมาบุกตลาดแนวราบมากขึ้น







