
ลอรีอัลชิงเมกอัพ1.2หมื่นล.
แตก3แบรนด์ใหม่กระตุ้นยอดขายเดินกลยุทธ์สินค้าราคาหลากหลาย
แตก3แบรนด์ใหม่กระตุ้นยอดขายเดินกลยุทธ์สินค้าราคาหลากหลาย
ลอรีอัลชี้สาวไทยยังห่วงสวย เปิดเกมรุกตลาดเมกอัพแตก 3 แบรนด์ใหม่เสริมทัพธุรกิจ หลังปลุกธุรกิจสกินแคร์นั่งอันดับ 1 สำเร็จ เพราะสินค้ามีราคาหลากหลายเริ่มต้นที่ 101.9 หมื่นบาท มั่นใจหลังรุกหนักคาดสิ้นปีดันรายได้โตสูงกว่าตลาดความงามที่โต 45%
นายอูเมช ฟัดเค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสินค้าความงามในประเทศไทยช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยอมรับว่ามีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวไปบ้าง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจและการเมือง แต่เนื่องจากสาวไทยยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง จึงทำให้ภาพรวมตลาดสินค้าความงามยังสามารถเติบโตได้ที่ 4%
สำหรับภาพรวมกลุ่มสินค้าความงามของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตประมาณ 12% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมตลาด เนื่องจากบริษัทมีผลิตภัณฑ์และราคาจำหน่ายที่หลากหลาย โดยในส่วนของกลุ่มสินค้าสกินแคร์ที่มีสินค้าทำตลาดทั้งหมด 1,777 รายการ มีราคาขายเริ่มต้นตั้งแต่ 101.9 หมื่นบาท ขณะที่กลุ่มสินค้าเมกอัพมีผลิตภัณฑ์ที่ทำตลาดอยู่ 2,469 รายการ มีราคาขายเริ่มตั้งแต่ 493,200 บาท
“จากความหลากหลายของสินค้าส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทสามารถขึ้นเป็นผู้นำในตลาดสกินแคร์สำหรับผิวหน้าได้สำเร็จ แม้ว่าตลาดดังกล่าวจะมีการแข่งขันสูงและจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ที่ดี บริษัทจึงต้องเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาด” นายฟัดเค กล่าว
ปัจจุบันตลาดสกินแคร์ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีอัตราการเติบโต 4% ซึ่งในตลาดดังกล่าวเป็นตลาดสกินแคร์สำหรับผิวหน้าในสัดส่วน 68% และตลาด สกินแคร์ในประเทศไทยยังเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เช่นเดียวกับตลาดเมกอัพที่มีมูลค่ากว่า 1.2 หมื่นล้านบาท และมีอัตราการเติบโต 7%
ทั้งนี้ จากแนวโน้มการเติบโตที่ดีของตลาดเมกอัพ บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสในการเข้ามาขยายตัวในตลาดดังกล่าว ด้วยการเปิดตัวสินค้าแบรนด์ใหม่ 3 แบรนด์ ประกอบด้วย แบรนด์คัลเลอร์ โชว์ ที่แตกไลน์มาจากเมย์เบลลีน นิวยอร์กในกลุ่มสีสัน แบรนด์คลาริโซนิค เป็นแบรนด์ดูแลผิวหน้าในกลุ่มทำความสะอาดเครื่องสำอางและแบรนด์เออเบิน ดีเคย์ เป็นแบรนด์เมกอัพสุดชิกจากสหรัฐ
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ ในกลุ่มอื่นๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวจุดจำหน่ายแห่งใหม่และปรับปรุงจุดจำหน่ายเดิมที่มีอยู่ 821 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มีความทันสมัยและตรงกับความต้องการของลูกค้า
นายฟัดเค กล่าวอีกว่า บริษัทจะใช้ 5 กลยุทธ์เป็นตัวขับเคลื่อนการทำตลาด ประกอบด้วย 1.นวัตกรรมแบรนด์ใหม่ 2.นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ใหม่ 3.นวัตกรรมแคมเปญสื่อสารการตลาดใหม่ 4.นวัตกรรมจุดขายใหม่ และ 5.นวัตกรรมประสบการณ์ใหม่ ซึ่งหลังจากออกมาขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องมั่นใจว่าสิ้นปีจะมียอดขายเติบโตสูงกว่าภาพรวมตลาดสินค้าความงามที่คาดว่าจะเติบโต 45%







