posttoday
บอร์ดสลากเอาจริงไล่ยึดโควตา-สแกนราคาขาย

บอร์ดสลากเอาจริงไล่ยึดโควตา-สแกนราคาขาย

28 สิงหาคม 2557

คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลเตรียมออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

คณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลเตรียมออกมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาการขายสลากเกินราคา หลังจากแผนการยกเลิกโควตาสลากจำนวน 43 ล้านฉบับ เพื่อนำมาจัดสรรให้ผู้ค้ารายย่อยที่แท้จริงไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากติดปัญหาคณะกรรมการชุดเดิมมีมติต่อสัญญาโควตาอีก 1 ปีไปแล้ว

สมชัย สัจจพงษ์ ประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า มาตรการแก้ปัญหาสลากเกินราคา จะเปิดให้ผู้ที่รับโควตาสลากรายย่อย คนพิการ มูลนิธิ ที่ได้โควตาสลาก 43 ล้านฉบับ และอีก 2 ล้านฉบับ ต้องมาแสดงตัวเพื่อขอรับบัตรผู้ค้าสลากตั้งแต่วันที่ 28-31 ส.ค.นี้ โดยต้องนำหลักฐานมายื่นในการขึ้นทะเบียน พร้อมรูปถ่าย 1.5 นิ้ว เพื่อทำบัตรประจำตัวสำหรับผู้ค้าสลาก แยกเป็นบัตรสีส้มสำหรับผู้ค้าในกรุงเทพฯ บัตรสีเขียวสำหรับผู้ค้าในต่างจังหวัด เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการรับสลากงวดวันที่ 16 ก.ย.นี้ โดยจะเปิดให้ผู้ค้ามารับสลากไปจำหน่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป ส่วนสมาคม มูลนิธิ ให้มาแสดงตัววันที่ 31 ส.ค.

ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนผู้ค้ารายย่อยที่เป็นคู่สัญญาจะต้องมาลงทะเบียนเอง ถ้าติดธุระ หรือเข้าโรงพยาบาล สามารถมอบอำนาจให้บุคคลที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันมาแสดงตัวเพื่อรักษาสิทธิแทนได้เท่านั้น ส่วนสมาคม มูลนิธิ และนิติบุคคล ต้องเป็นผู้ที่มีความเกี่ยวพัน เป็นรองประธาน เป็นกรรมการ ในองค์กรเดียวกัน ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมารับสิทธิเด็ดขาด เพื่อให้ผู้ได้สลากไปขายเป็นผู้ค้าตัวจริงเท่านั้น

“ในงวด 16 ก.ย.นี้ สลากที่ขายทั้ง 45 ล้านฉบับ จะปั๊มตราสีน้ำเงิน ส่วนผู้ค้าจะติดป้ายชื่อที่มีรูปชัดเจน ขอให้รู้ว่าคนเหล่านี้รับสลากมาในราคา 74.40 บาท และต้องให้ขายไม่เกิน 90 บาท หรือเต็มที่ตามที่ คสช.เคยบอกไว้ไม่เกิน 92 บาท ก็จะมีกำไรคู่ละ 15-16 บาท เชื่อว่าเพียงพอแล้ว โดยมาตรการนี้บอร์ดไม่ได้หวังผล 100% แต่ต้องการส่งสัญญาณว่าเราเอาจริงกับคนที่เอาเปรียบคนอื่นด้วยการขายของเกินราคา” สมชัย กล่าว

นอกจากนี้ จะส่งทีมตรวจลงพื้นที่ ถ้าพบมีการขายเกินราคา 2 ครั้งจะยึดโควตาคืน รวมถึงยึดสลากจากผู้ที่ไม่มาแสดงตัว ไม่มารับสลากด้วยตัวเอง พร้อมทั้งเปิดรับสมัครผู้ค้าสลากรายย่อย คนพิการ และมูลนิธิสมาคม เริ่มวันที่ 28 ส.ค.นี้ เพื่อนำรายชื่อมาสุ่มคัดเลือกเพื่อรับโควตาแทนรายเก่าที่ถูกยกเลิกไป ขณะเดียวกันหากประชาชนผู้บริโภคพบว่าผู้ค้ารายย่อยรายใดขายเกินราคาหน้าสลาก อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อ จากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับโควตาสลากสำหรับนิติบุคคลอีก 30 ล้านฉบับนั้น จะให้นิติบุคคล มูลนิธิ ส่งแผนการกระจายสลากมาให้สำนักงานสลากฯ และจะได้รับบัตรตัวแทนจำหน่ายให้คู่ค้าไป ซึ่งจะสุ่มตรวจว่ามีการขายสลากในพื้นที่นั้นจริงหรือไม่ โดยผู้ค้ากลุ่มนี้จะได้สลากไปขายในราคาคู่ละ 72.80 บาท

“เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะทำให้ตลาด 2 ตลาด คือ ผู้ค้ารายย่อยและนิติบุคคลเกิดการแข่งขันด้านราคากันเอง” สมชัย กล่าว

สมชัย กล่าวด้วยว่า คณะกรรมการสลากฯ ยังมีมติชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ในสำนักงานสลากฯ จะต้องมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล ตรวจสอบการทำงานได้ การพิมพ์ การจัดสรรสลากในแต่ละงวด จะต้องตรวจสอบได้ ต้องมีการปรับกระบวนทัศน์ในการทำงาน เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในส่วนงานที่สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต ต้องมีการโยกย้าย ซึ่งไม่ใช่เป็นการแทรกแซง แต่ทำไปเพื่อความโปร่งใส

ขณะเดียวกัน สำนักงานสลากฯ จะปรับวันรับสลากไปจำหน่ายใหม่ จากเดิมที่จะต้องรับสลากในงวดต่อไปก่อนวันออกสลาก 3-5 วัน ให้มารับสลากงวดต่อไปหลังวันที่สลากงวดล่าสุดออกแล้ว เช่น สลากงวดวันที่ 16 ก.ย. 2557 ต้องมารับสลากไปขายตั้งแต่วันที่ 1-8 ก.ย.เท่านั้น จากเดิมรับได้ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ซึ่งเป็นระยะเวลาที่มากเกินจำเป็น ทำให้นำไปรวมชุดขายเกินราคาได้

สำหรับแผนระยะยาวนั้น อยู่ระหว่างการศึกษาความเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อเรียกร้องให้เพิ่มราคาสลากเป็น 100 บาท ก็เป็นแนวทางที่สามารถทำได้ แต่ผู้ค้าจะได้ประโยชน์อย่างไร หรือแนวทางการแบ่งคณะกรรมการออกเป็น 3 คณะ คือ คณะกรรมการใหญ่ คณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการสิทธิประโยชน์ หรือแนวทางความจำเป็นในการจัดสรรสลากผ่านยี่ปั๊ว ยังต้องมีอยู่หรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ คนใหม่ต้องดำเนินการ และคาดว่าจะอยู่ในแผนโฉมใหม่ในการปฏิรูปสลากในงวดวันที่ 16 ม.ค. 2558 นี้

อย่างไรก็ตาม ได้มีการหารือกับ พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาสลากระยะยาว เบื้องต้นจะมีการศึกษาในหลายเรื่องตามข้อเสนอของหลายฝ่าย เช่น การแก้ไข พ.ร.บ.ของสำนักงานสลากฯ การเพิ่มราคาขาย การปรับสัดส่วนเงินนำส่งรายได้ เงินรางวัล การตั้งกองทุนรับซื้อสลาก การหักเงินไปช่วยเหลือด้านสังคมสงเคราะห์

นอกจากนี้ ขอยืนยันว่าสำนักงานสลากฯ จะไม่เป็นผู้เริ่มเสนอให้มีการออกสลากแบบอัตโนมัติ หรือหวยออนไลน์แน่นอน เพราะถือเป็นเรื่องที่มอมเมาประชาชน อีกทั้งเรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง จึงขึ้นอยู่กับคำตัดสินของศาลปกครองว่าจะออกมาอย่างไร หากศาลปกครองเห็นชอบให้ดำเนินการ ก็สามารถแก้ไขกฎหมายและดำเนินการได้

ด้าน พล.ต.ฉลองรัฐ กล่าวว่า การดูแลราคาสลากระยะยาว จะต้องเน้นเรื่องของกลไกตลาดมาควบคุมราคา มาตรการทื่ออกมาครั้งนี้จะสามารถตรวจการไหลเวียนของสลากได้ รวมทั้งจะเพิ่มความเข้มข้นเรื่องการลงพื้นที่เพื่อตรวจราคาขายปลีก ขณะที่แผนระยะสั้น จะเน้นที่จะตรวจสอบผู้ค้ารายย่อย 43 ล้านฉบับนี้ก่อน โดยสำนักงานจะเพิ่มเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบพื้นที่ให้มากที่สุด และขอความร่วมมือให้ประชาชนอย่าซื้อสลากเกินราคา เนื่องจากต้นทุนสลากแค่ 74.40 บาท/ฉบับเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ