posttoday
การแข่งขันในอุตฯยานยนต์ (2)

การแข่งขันในอุตฯยานยนต์ (2)

27 สิงหาคม 2557

นอกจากสัดส่วนการถือครองตลาดยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่คู่แข่งของเราถือครอง อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากชวนทุกท่านมาพิจารณาไปพร้อมกัน คือแผนและเป้าหมายในตลาดนี้ของแต่ละประเทศ

นอกจากสัดส่วนการถือครองตลาดยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ที่คู่แข่งของเราถือครอง อีกสิ่งหนึ่งที่ผมอยากชวนทุกท่านมาพิจารณาไปพร้อมกัน คือแผนและเป้าหมายในตลาดนี้ของแต่ละประเทศ

เริ่มจากเวียดนาม แม้จะมีส่วนแบ่งในตลาดโลกอยู่เพียงประมาณ 0.16% น้อยกว่าไทย ซึ่งอยู่ที่ 0.89% แต่รัฐบาลเวียดนามก็มีแผนส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์อย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การลดภาษีนำเข้าชิ้นส่วนที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศ ซึ่งตั้งเป้าจะเริ่มใช้ในปี 2561 ภายใต้แผน Vietnam Automobile Development Plan to 2020 with a vision to 2030 ภายใต้แผนดังกล่าวยังกำหนดให้ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับยานยนต์ประเภทรถบัส กระบะ และยานยนต์ประหยัดพลังงานลงครึ่งหนึ่งจากอัตราเดิมด้วย

ขณะที่ อินโดนีเซีย กำลังดำเนินการตาม Master Plan Acceleration and Expansion of Indonesia Economic Development 2011-2025 ให้เกาะชวาเป็นพื้นที่หลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศวางมาตรการต่างๆ ที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมมากขึ้น เช่น ทบทวนข้อบังคับที่เกี่ยวกับการปล่อยมลภาวะทางอากาศและมลภาวะทางเสียงให้ยืดหยุ่นมากขึ้น ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยานยนต์ในประเทศให้เทียบเท่ามาตรฐานนานาชาติ พร้อมทั้งกระตุ้นให้ต่างชาติย้ายฐานผลิตเข้ามา

นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังเร่งเพิ่มขีดความสามารถทางความรู้และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดกิจการที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น และสร้างท่าเรือที่ Tanjung Priok เพื่อขนส่งยานยนต์โดยเฉพาะด้วย

สำหรับ มาเลเซีย เริ่มแผนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งชาติ มาตั้งแต่ปี 2549 ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาคหวังจะมียอดผลิตรถยนต์ 1.35 ล้านคัน ในปี 2553 แม้จะยังไม่สำเร็จก็ตาม

อย่างไรก็ตาม มาเลเซียยังถือเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตามากที่สุดชาติหนึ่ง เนื่องจากแผนและเป้าหมายของมาเลเซียมีความละเอียดและชัดเจน เช่น จะผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน 1.15 ล้านคัน มียอดส่งออก 2.5 แสนตัน/ปี มียอดการผลิตมอเตอร์ไซค์ 8 แสนคัน/ปี โดยเป็นรุ่นประหยัดพลังงาน 6.5 แสนคัน และส่งออกชิ้นส่วนรถยนต์ให้ได้1 หมื่นล้านริงกิต/ปี

ในส่วนของ สิงคโปร์ เขามีคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) เป็นแกนหลักส่งเสริมธุรกิจและกิจการต่างๆและกำหนดให้อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต แม้เขาจะไม่ใช่ฐานการผลิตโดยตรง แต่ก็เป็นศูนย์กลางการกระจายชิ้นส่วนและอะไหล่ไปยังจุดต่างๆ ในภูมิภาค และตั้งเป้าจะเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตยานยนต์

เมื่อรู้จักอาเซียนแล้ว อีก 3 ประเทศที่ต้องรู้จักด้วยคือ ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ญี่ปุ่นกำลังปรับแผนมาใช้อาเซียนเป็น “โรงงานผลิตรถยนต์” มากขึ้น กระจายตัวเองออกมาจากจีน ส่วนจีนนั้นแม้ไทยจะเป็นคู่ค้าชิ้นส่วนยานยนต์อันดับ 1 ของเขา แต่มูลค่าก็ยังถือว่าเล็กน้อยมาก

ไทยจึงต้องใช้จังหวะที่ญี่ปุ่นขยายลงมาอาเซียน ประกอบกับประโยชน์ที่ได้จากเขตการค้าเสรีต่างๆ โดยเฉพาะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ขยายตลาดและฐานการผลิตของเราไปยังประเทศเพื่อนบ้านให้ทั่วอาเซียน โดยใช้ประโยชน์จากแผนของเขา เพื่อเป็นสปริงบอร์ดไปยังจีนและอินเดีย

หากรุกสองตลาดนี้ได้ ตลาดเราจะใหญ่ขึ้นอีกมหาศาลครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท