
เปิดค้าเสรีภาคบริการฉลุย
อาเซียนลงนามชุดที่9มีผลภายใน180วันช่วยหนุนธุรกิจบุกอาเซียนมากขึ้น
อาเซียนลงนามชุดที่9มีผลภายใน180วันช่วยหนุนธุรกิจบุกอาเซียนมากขึ้น
อาเซียนลงนามเปิดเสรีการค้าบริการเพิ่ม เอื้อธุรกิจไทยลงทุนนอกฉลุย ส่วนไทยเปิดเพิ่มอีก 25 สาขาย่อย
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ไทยได้ร่วมกับอาเซียนลงนามพิธีสารอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 9 ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการค้าบริการของอาเซียน (เอเอฟเอเอส) ที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศพม่า ซึ่งจะทำให้อาเซียนมีการเปิดเสรีภาคการค้าบริการเพิ่มมากขึ้น และเปิดเสรีในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนธุรกิจบริการในสาขาต่างๆ ในอาเซียนได้มากขึ้น โดยข้อผูกพันเปิดตลาดดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับภายใน 180 วัน ภายหลังจากวันที่ประเทศสมาชิกได้ลงนาม
ทั้งนี้ ไทยได้ผูกพันเปิดตลาดเพิ่มเติมตามเป้าหมาย 101 สาขา มีสาขาบริการที่ไทยเปิดตลาดเพิ่มอีก 25 สาขาย่อย เช่น บริการให้คำปรึกษา บริการจัดทำบัญชี บริการขนส่งสินค้าทางเรือ บริการข้อมูลออนไลน์ บริการเก็บสินค้าและคลังสินค้า เป็นต้น ซึ่งการเปิดเสรีไม่กระทบต่อธุรกิจของไทย เพราะเอกชนยืนยันว่าไม่มีปัญหา และส่วนใหญ่เป็นสาขาที่ต่างชาติลงทุนผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ไทยได้ร่วมลงนามข้อตกลงยอมรับร่วมสาขาบริการวิชาชีพบัญชี ซึ่งได้มาทดแทนกรอบความตกลงฉบับเดิมที่เป็นเพียงการกำหนดแนวทางเพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการเจรจาข้อตกลงยอมรับร่วม (เอ็มอาร์เอ) ด้านบัญชีของอาเซียน สำหรับข้อตกลงฉบับใหม่ประกอบด้วยหลักเกณฑ์และข้อกำหนดต่างๆ ในกระบวนการให้การยอมรับ ระเบียบวินัย หลักจริยธรรม มาตรฐาน และแนวปฏิบัติที่ประเทศสมาชิกอาเซียนยอมรับร่วมกัน เป็นการอำนวยความสะดวกในการเข้าไปให้บริการด้านบัญชีในประเทศอาเซียนอื่นมากยิ่งขึ้น
น.ส.ชุติมา กล่าวว่า ได้ลงนามในพิธีสารแก้ไขความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน (เอซีไอเอ) ร่วมกับสมาชิกอาเซียนด้วย ซึ่งจะทำให้การดำเนินการต่างๆ ภายใต้ความตกลงในเรื่องการลงทุนมีความสะดวกและคล่องตัวมากขึ้น
นอกจากนี้ ได้ร่วมประชุมกับคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน ซึ่งได้มีการหารือถึงการกำหนดแนวทางการเปิดเสรีการลงทุนภายในอาเซียนให้เพิ่มมากขึ้นจนถึงปี 2558 โดยจะต้องยกเลิกข้อสงวนให้เหลือมาตรการที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนให้น้อยที่สุด
สำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ได้เร่งรัดให้สมาชิกเดินหน้าไปสู่เออีซี โดยในปี 2558 ให้มีการเร่งรัดจัดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASW) ระบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองที่เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งอาเซียน การจัดตั้งระบบคลังข้อมูลทางการค้าของอาเซียน การปรับประสานมาตรฐานของสินค้าสำคัญต่างๆ เช่น อาหารสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ยาแผนโบราณ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพื่อช่วยเอื้ออำนวยและเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการอาเซียนในการดำเนินธุรกิจได้อย่างสะดวก รวดเร็วและลดต้นทุนการทำธุรกิจ และส่งเสริมการค้าระหว่างอาเซียนให้มากขึ้น
สำหรับการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนได้เร่งรัดให้สมาชิกเดินหน้าไปสู่เออีซี โดยเร่งรัดจัดตั้งระบบอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียว ของอาเซียน การจัดระบบคลังข้อมูลทางการค้า และปรับประสานมาตรฐานสินค้าสำคัญ เป็นต้น







