
เปลี่ยนผ่าน
วันนี้อยากพาทุกท่านมาเกาะติดเรื่องอินโดนีเซียกันอีกครั้ง เนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” คล้ายๆ กับไทย
วันนี้อยากพาทุกท่านมาเกาะติดเรื่องอินโดนีเซียกันอีกครั้ง เนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังอยู่ในช่วง “เปลี่ยนผ่าน” คล้ายๆ กับไทย
ระหว่างที่เรากำลังนั่งลุ้นว่าคณะรัฐมนตรี หรือ ครม.ชุดใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร อินโดนีเซียเพิ่งได้ข้อสรุปเรื่องการเปลี่ยนผ่าน 1 เรื่อง ขณะที่ยังไม่ได้ข้อสรุปอีกหลายเรื่อง
เรื่องที่สรุปได้แล้ว คือ โจโก วิโดโด หรือ โจโกวี ผู้ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี จะเข้าทำพิธีสาบานตนในวันที่ 20 ต.ค.นี้อย่างแน่นอน หลังจากที่ก่อนหน้านี้สถานการณ์ลุ่มๆ ดอนๆ เพราะ ปราโบโว สุเบียนโต ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกคนหนึ่งไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
แม้จะได้เป็นประธานาธิบดีแน่ๆ แล้ว แต่เรื่องที่ยังไม่ได้ข้อสรุปอีกหลายเรื่อง ดูจะทำให้เดือนกว่าๆ ที่เหลือก่อนสาบานตนของโจโกวีไม่ง่ายเท่าใดนัก
เริ่มจากแนวคิด “ปฏิรูปกระทรวง” ควบรวมกระทรวงใหญ่น้อยลดลงจากปัจจุบันยุคประธานาธิบดี ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน ที่มีมากถึง 34 กระทรวง
ทีมงานของโจโกวีประเมินว่าควรจะปรับลดลงให้เหลือราว 27 กระทรวง เพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 3.4 ล้านล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 9,200 ล้านบาท ขณะที่โจโกวีเองบอกว่าเรื่องกระทรวงอาจจะมี 30, 34 หรือแค่ 20 กระทรวงก็ได้
อย่างไรก็ตาม ยูซุฟ คัลลา ว่าที่รองประธานาธิบดีของเขา กลับเห็นแย้งในทิศตรงกันข้ามว่า ไม่ควรทำเรื่องควบรวมกระทรวง เพราะเป็นเรื่องที่ใช้เวลานานจนอาจทำให้รัฐบาลโจโกวีมีเวลาเหลือทำเรื่องอื่นที่เป็นนโยบายตอนหาเสียงแค่แป๊บเดียว
นอกจากนี้ คัลลายังเชื่อว่าการควบรวมกระทรวงจะนำปัญหาตามมาอีกมาก เช่น 1 กระทรวงจะมีข้าราชการจำนวนมหาศาล ซึ่งรัฐมนตรี 1 คนอาจบริหารจัดการไม่ไหว นอกจากนี้รายจ่ายยังไม่น่าจะลดได้ถึง 3.4 ล้านล้านรูเปียห์ เพราะรัฐคงไม่สามารถไล่ข้าราชการของกระทรวงที่ควบรวมออกได้ทั้งหมด
เรื่องอื่นที่น่าจะเป็นภาระหนักใจโจโกวี คือ เรื่องหน้าตา ครม.อินโดนีเซีย เขาบอกว่ายังไม่ได้ปรึกษาหารือกับใคร และการคัดเลือกทั้งหมดเป็นอภิสิทธิ์ของเขาในการตัดสินใจ คำถามคือ โจโกวีจะสามารถหาคนมาช่วย “เปลี่ยน” โฉมหน้าอินโดนีเซียได้อย่างที่เขาหาเสียงไว้หรือไม่ หรือจะได้เพียงคนที่ก้าวมาเพื่อ “ผ่าน” ไปวันๆ
กลับมาที่ไทย ภายใต้ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านทั้งในแง่ภายในและแง่การรับมือการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ก็มีคนตั้งข้อสันนิษฐานหลากหลายว่าจะบวกจะลบยังไง
เช่น บอร์ดทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับประชาคมอาเซียน เขตเศรษฐกิจพิเศษ จะมีการแต่งตั้งใหม่ เปลี่ยนมือจากมือหนึ่งไปสู่อีกมือหนึ่งหรือไม่ เพื่อให้การทำงานสะดวกขึ้น การปฏิรูปหลากหลายด้าน จะปฏิรูปยังไง แล้วจะได้คนดีมีความสามารถจริงๆ มาช่วยปฏิรูปหรือบริหารด้านนั้นๆ หรือไม่
เอาแค่โผ ครม.ตอนนี้ก็มีคนในบางกระทรวงแสดงท่าทีไม่พอใจชื่อว่าที่รัฐมนตรีว่าการของตัวเองแล้ว
เรื่องที่น่ากลัวที่สุดของไทยและอินโดนีเซียตอนนี้ จึงเป็นเรื่องการหาคนดี มีวิสัยทัศน์ ทำจริง มาช่วยกันทำงาน ต้องทำดี ทำเด่น “เปลี่ยนให้ผ่าน” ชนิดต้องแจก “4 ผ่าน”
เพราะถ้าสุดท้ายพยายาม “เปลี่ยน” แล้ว “ไม่ผ่าน” ละก็ ทั้งสองประเทศแย่แน่







