
กาแฟท้องถิ่นผงาดเหลือที่ว่างให้รายย่อยเสมอ
เมื่อ “อดัม แบงส์” ตัดสินใจเปิดร้านกาแฟเป็นของตนเองที่นครชิคาโก เจ้าตัวคิดว่าจะไม่ชาร์จค่ากาแฟที่ 57 เหรียญสหรัฐ
โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ
เมื่อ “อดัม แบงส์” ตัดสินใจเปิดร้านกาแฟเป็นของตนเองที่นครชิคาโก เจ้าตัวคิดว่าจะไม่ชาร์จค่ากาแฟที่ 57 เหรียญสหรัฐ (ราว 160224 บาท) ตามราคามาตรฐานของร้านกาแฟรายใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศ โดยเชื่อว่าเครื่องดื่มอันแสนวิเศษอย่างกาแฟควรเข้าถึงทุกคน รวมถึงคนที่ไม่มีเงินมากนักก็ตาม
ก่อนหน้านี้ แบงส์ คือคอกาแฟธรรมดาๆ เหมือนคนทำงานออฟฟิศทั่วไป อย่างไรก็ดีเจ้าตัวคิดว่าร้านกาแฟแบรนด์ดังขายกาแฟในราคาที่ค่อนข้างแพงไปเสียหน่อย และรู้สึกว่าไม่คุ้มค่าต่อเงินที่เสียไป ซึ่งนับเป็นช่วงเดียวกับที่เจ้าตัวเริ่มสังเกตว่าคนทั่วไปมักหลีกเลี่ยงร้านกาแฟดังกล่าว และมักหาดื่มกาแฟจากร้านท้องถิ่นซึ่งถูกกว่ามาก แต่ก็นับเป็นเรื่องยากที่จะหากาแฟรสชาติดีจากร้านเหล่านั้น
“เราอยากส่งผ่านประสบการณ์ที่ดีของกาแฟสู่ลูกค้าทั่วไปโดยไม่ต้องกังวลต่อราคาที่สูงเกินไป” แบงส์ กล่าว
“เรดี้ คอฟฟี่” จึงถือกำเนิดขึ้นตามความฝันของแบงส์ และเมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับการต้องโดดลงไปเล่นในตลาดเดียวกับธุรกิจกาแฟรายใหญ่อย่าง “สตาร์บัคส์” ซึ่งแทบไม่มีความเป็นไปได้เลยที่จะยื้อแย่งส่วนแบ่งการตลาดมาได้ เจ้าตัวกลับให้แนวคิดการทำธุรกิจที่น่าสนใจว่า เป็นเรื่องแน่นอนที่จะต้องมีการแข่งขันสูง ทว่าต้องไม่ลืมว่าตลาดมักต้องการความแปลกใหม่และความเป็นเอกลักษณ์เสมอ
ธุรกิจกาแฟยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาทั่วประเทศมักใช้มาตรฐานของผลิตภัณฑ์เป็นจุดขาย เพื่อรับรองว่าลูกค้าจะได้รับคุณภาพของสินค้าและราคาเท่ากันไม่ว่าจะไปที่สาขาใดก็ตาม
อย่างไรก็ดี กลยุทธ์การขายดังกล่าวกลับทำให้สินค้าขาดความมีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะสินค้าที่มีเอกลักษณ์ของวัตถุดิบจากท้องถิ่น ซึ่งนับเป็นมนต์เสน่ห์ที่หาได้ยากยิ่งในโลกธุรกิจยุคโลกาภิวัตน์ และแบงส์ยืนยันธุรกิจกาแฟเหมาะจะโลดแล่นในฐานะธุรกิจท้องถิ่นมากที่สุด
“กาแฟร้อนไม่ขายได้ทางอินเทอร์เน็ต ดังนั้นลูกค้าจึงจำเป็นต้องเดินไปร้านคอฟฟี่ช็อปเพื่อซื้อกาแฟซักแก้ว ซึ่งมักจะเป็นร้านที่ใกล้ที่สุดเสมอ ฉะนั้นร้านที่ตั้งใกล้กับออฟฟิศมากที่สุดจะพบว่าแทบไม่ต้องแข่งขันกับร้านอื่นเลย” เจ้าของเรดี้ คอฟฟี่ กล่าว พร้อมเสริมว่า ลูกค้ามักชอบร้านที่มีกาแฟเป็นเอกลักษณ์ของตนเองอีกด้วย
เจ้าของธุรกิจผู้นี้ยังเปรียบเทียบว่า ร้านกาแฟแบรนด์ดังๆ ที่มีสาขาทั่วโลกก็เปรียบเสมือนกับไมโครซอฟท์ในวงการคอมพิวเตอร์ที่เป็นเจ้าธุรกิจรายใหญ่ในตลาด แต่ก็ยังมีที่ว่างสำหรับธุรกิจรายย่อยในวงการเสมอ โดยเฉพาะธุรกิจประเภทพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่กำลังเติบโตมากขึ้นในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ยังยืนยันอีกว่ากลยุทธ์ขององค์กรไม่ได้อยู่ที่การตัดราคากับรายใหญ่ แต่อยู่ที่คุณภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น กาแฟของที่นี่คั่วอย่างดีจากชิคาโก และนับว่ามีคุณภาพสูงมาก มีหลายครั้งที่ลูกค้าเสนอราคาให้สูงกว่าราคาตามป้ายมาก
เจ้าของธุรกิจกาแฟผู้นี้ยังหวังให้เรดี้ คอฟฟี่ เป็นศูนย์กลางการนัดพบของคนในชุมชนบริเวณนั้น โดยที่ตั้งของร้านขายกาแฟแห่งนี้นับว่าอยู่ในชัยภูมิที่ดี โดยตั้งอยู่ใกล้กับ แกลเลอรี่ เรดี้ ออร์ นอต ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงภาพที่สนับสนุนงานของจิตรกรท้องถิ่น รวมถึงสถานที่เรียนโยคะฟรีของเช้าวันเสาร์ และอยากให้ธุรกิจแห่งนี้สนับสนุนของท้องถิ่นอย่างเต็มที่ โดยใช้เมล็ดกาแฟที่คั่วในชุมชน รวมถึงการเป็นหน้าร้านให้กับร้านโดนัทชื่อดังในเมือง “ดินเกล เบเกอรี่” อีกด้วย
“ร้านกาแฟเป็นที่ไม่กี่แห่งที่สามารถนัดพบได้นอกจากบาร์ คอฟฟี่ช็อปมักเสนอบริการหลายอย่างให้กับลูกค้าทั้งไวไฟ ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ” เจ้าของธุรกิจทิ้งท้ายไว้







