
โอกาสสินค้าไทยในลาว
จากผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกในกลุ่มประเทศอาเซียน+6 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ตอนที่แล้วได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวลาว ในนครเวียงจันทน์กันไปแล้ว ครั้งนี้จะกล่าวถึงโอกาสของสินค้าไทยที่จะเข้าสู่ตลาดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังนี้
จากผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคเชิงลึกในกลุ่มประเทศอาเซียน+6 ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ตอนที่แล้วได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวลาว ในนครเวียงจันทน์กันไปแล้ว ครั้งนี้จะกล่าวถึงโอกาสของสินค้าไทยที่จะเข้าสู่ตลาดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ดังนี้
อุตสาหกรรมอาหาร สืบเนื่องจากความคล้ายคลึงกันในด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต รวมถึงภาษาที่สามารถสื่อสารกันได้ง่ายของชาวไทยและลาว จึงเป็นจุดแข็งสำคัญในการขยายโอกาสทางการตลาดของผู้ประกอบการ SMEs ไทย เพราะชาวลาวมีความคุ้นเคยกับสินค้าไทยโดยเฉพาะอาหาร ซึ่งมองว่าเป็นสินค้าที่มีภาพลักษณ์ที่ดีมีคุณภาพ โดยวิธีการขยายตลาดสินค้าอาหารไทยเข้าสู่ลาว ทำได้ด้วยการหาตัวแทนจำหน่ายสินค้าหรือติดต่อผ่านตัวกลาง แต่จะต้องหาตัวกลางหลายรายเพื่อให้สามารถกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคได้ทั่วถึง เนื่องจากลาวยังไม่มีห้างค้าปลีกสมัยใหม่ขนาดใหญ่ ที่จะเป็นจุดกระจายสินค้าให้ผู้ประกอบการ
ส่วนผู้ที่ต้องการส่งสินค้าอาหารให้แก่ร้านอาหารหรือโรงแรม อาจส่งสินค้าผ่านผู้ค้าส่งในลาวหรือผู้ค้าส่งในแถบจังหวัดชายแดน เช่น จ.หนองคาย อุดรธานี และเนื่องจากลาวยังมีค่าแรงต่ำกว่าไทย ผู้ประกอบการอาจจะตั้งโรงงานผลิตอาหารในลาว โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้านการส่งออก รวมถึงสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการทั่วไป (GSP) อีกด้วย
ในด้านการเป็นแหล่งวัตถุดิบอาหาร เนื่องจากลาวมิใช้ผู้ผลิตอาหารเพื่อการส่งออก มีเพียงกาแฟที่มีภาพลักษณ์ว่าเป็นกาแฟเพื่อสุขภาพ ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเข้าสินค้าดังกล่าวจากผู้ผลิตได้โดยตรงหรือผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย
ในด้านการขอสัมปทานพื้นที่เพื่อเพาะปลูกหรือเลี้ยงสัตว์ในเชิงอุตสาหกรรม รวมทั้งการทำเกษตรพันธสัญญา (Contract Farming) นับเป็นแนวทางที่มีความเป็นไปได้ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยหลายรายเข้าไปดำเนินการในลักษณะดังกล่าว ซึ่งผู้สนใจต้องติดต่อกับรัฐบาลลาว ผ่านสำนักงานการส่งเสริมการลงทุนของลาว และสำนักงานแขวงที่จะเข้าไปทำการลงทุน
สินค้าตกแต่งบ้านและเฟอร์นิเจอร์ ผลจากการที่ลาวมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าไม้ ที่มีมากกว่า 11 ล้านเฮกตาร์ หรือคิดเป็นร้อยละ 47 ของพื้นที่ทั้งประเทศ โดยมีไม้สำคัญ คือ ไม้สัก ไม้แดง ไม้เนื้อแข็งอื่นๆ และมีผลิตภัณฑ์ไม้เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอันดับ 4 ของประเทศ จึงทำให้อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับไม้มีศักยภาพในการพัฒนา โดยเฉพาะการผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งมีความต้องการทั้งตลาดในประเทศลาวและตลาดโลกในระดับสูง ขณะที่ราคาไม้ยังไม่สูงนักจึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการ SMEs ไทยที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศลาว
แม้ว่าวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากไม้ยังได้รับความนิยมอย่างสูงจากทุกกลุ่มผู้บริโภคชาวลาว แต่สินค้าตกแต่งบ้านที่ออกแบบสมัยใหม่มุ่งกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นคนรุ่นใหม่ ยังมีโอกาสทางการตลาด เห็นได้จากร้านเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ จากจีน เวียดนาม และไทย ที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในเวียงจันทน์ และอนาคตเชื่อว่าสินค้าที่ผลิตจากวัสดุที่มีต้นทุนไม่สูง เช่น พลาสติก เหล็ก อะลูมิเนียม รวมถึงวัสดุแปรรูปต่างๆ จะได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากมีการออกแบบทันสมัย สอดคล้องต่อการใช้งานและมีราคาถูกกว่าเฟอร์นิเจอร์ไม้
ทั้งนี้ สินค้าเพื่อการตกแต่งของผู้ประกอบการ SMEs ไทย ควรมีรูปแบบและดีไซน์ให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะสไตล์ยุโรปซึ่งเป็นที่นิยมของชาวลาว ควรมุ่งเน้นด้านคุณภาพและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งโดยเฉพาะจีนเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา ซึ่งวิธีการขยายตลาดควรเน้นการนำเสนอสินค้าผ่านบริษัท Trading หรือตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้ง่ายต่อการกระจายสินค้าไปตามร้านค้าย่อย สร้างพันธมิตรหรือผู้ค้าอิสระ หรือสร้างตัวแทนจำหน่ายสินค้าโดยตรง
ตอนหน้าเตรียมพบกับพฤติกรรมผู้บริโภคของชาวเมียนมาร์ หรือ พม่า...สำหรับผู้ประกอบการ SMEs และผู้สนใจ สามารถติดตามข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์เช่นนี้ได้ที่ www.sme.go.th







