
รัฐชูเอสเอ็มอีฟื้นเศรษฐกิจ
จัดมหกรรมซื้อของไทยกระตุ้นกำลังซื้อมั่นใจไตรมาส4เห็นการเติบโตชัดเจน
จัดมหกรรมซื้อของไทยกระตุ้นกำลังซื้อมั่นใจไตรมาส4เห็นการเติบโตชัดเจน
“ประจิน” เร่งพัฒนาโอท็อปเอสเอ็มอี หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ หวังยอดไตรมาส 4 ฟื้น
มั่นใจเศรษฐกิจไตรมาส 4 ฟื้นตัว ความเชื่อมั่นกลับมา หลังรัฐบาลเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมส่งเสริมโอทอปพัฒนาเป็นเอสเอ็มอีขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ภาครัฐได้ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) เพื่อยกระดับให้เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และให้ทุกหน่วยงานได้หาแนวทางการส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สอดคล้องกับที่ คสช.ให้ความสำคัญจัดเป็นวาระแห่งชาติ
สำหรับการจัดงาน “Thailand Industry Expo 2014 มหกรรมซื้อของไทย ใช้ของดี เอสเอ็มอียั่งยืน คืนความสุขให้ประชาชน” จะเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ ถือเป็นการคืนความสุขให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพของคนไทยในราคาที่เหมาะสม โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 1,500 ราย คาดว่าจะมียอดขายภายในงาน 150 ล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2557 จะฟื้นตัวอย่างชัดเจน หลังจากช่วง 6 เดือนแรกอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยคาดว่าในช่วง 3 เดือนสุดท้ายเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนักลงทุนมีความเชื่อมั่นมากขึ้น และอนุมัติโครงการผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ไปหลายโครงการแล้ว พร้อมได้เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงโครงสร้างระบบไอซีที และโครงสร้างพลังงาน เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่กำลังจะเติบโต
“ในช่วงที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ไม่ได้รู้สึกหนักใจเรื่องต่อความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศที่นำไปสู่ความมั่นคงและมั่งคั่งควบคู่กัน ดังนั้นความยากลำบากไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบริหารประเทศของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ขึ้นอยู่กับทุกภาคส่วนทั้งเอกชน ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันประสานงานบริหารประเทศไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้การพัฒนาประเทศเดินหน้าต่อไป จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
ขณะเดียวกันภาครัฐได้ดำเนินการส่งเสริมผู้ประกอบการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอทอป) เพื่อยกระดับให้เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) โดยให้ทุกหน่วยงานได้หาแนวทางการส่งเสริมเอสเอ็มอีให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับที่คสช.ให้ความสำคัญจัดเป็นวาระแห่งชาติ รวมทั้งเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
สำหรับการจัดงาน “Thailand Industry Expo 2014 มหกรรมซื้อของไทย ใช้ของดี เอสเอ็มอียั่งยืน คืนความสุขให้ประชาชน” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26-31 ส.ค. 2557 ที่อิมแพค เมืองทองธานี สอดคล้องกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของคสช.และยังเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมไทย รวมถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุน และการบริโภคภายในประเทศ และถือเป็นการคืนความสุขให้ประชาชนได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพของคนไทย ในราคาที่เหมาะสม โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 1,500 ราย คาดว่าจะมียอดขายภายในงาน 150 ล้านบาท
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เป็นการฉลองครบรอบ 72 ปี ของประทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งทางกระทรวงฯ ได้นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาลดราคา 2050% ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะทำการสำรวจคำสั่งซื้อสินค้าในช่วงไตรมาส 4 ที่ผู้ส่งออกแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมได้รับคำสั่งซื้อมา เพื่อประเมินทิศทางการส่งออกในเบื้องต้น ก่อนที่จะประชุมผู้อำนวยการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ในเดือน ต.ค. เพื่อหารือการทบทวนเป้าหมายการส่งออกปีนี้ และการประเมินส่งออกปี 2558 โดยเบื้องต้นกำหนดเป้าส่งออกปีหน้าไว้ที่ 5.2% ส่วนการส่งออกปี 2557 ยังยืนเป้าไว้ที่ 3.5%
ด้านทั้งนี้ ปัจจัยประเมินการส่งออกในปี 2558 ขยายตัว 5.2% เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมาขยายตัวดีขึ้น โดยกำหนดเป้าหมายรายตลาดส่งออกปีหน้า เช่น อาเซียน เติบโต 8.4% จีน 3% ญี่ปุ่น 2% อินเดีย 5% ตะวันออกกลาง 7% รัสเซียและซีไอเอส 10% สหรัฐฯ 3% สหภาพยุโรป 5% ละตินอเมริกา 5% เป็นต้น
ดนดนแผนกระตุ้นการส่งออกในเดือน ส.ค.-ก.ย.ปีนี้ มีทั้งหมด 97 โครงการ โดยเน้นการจัดคณะผู้แทนการค้าไทยไปเจรจาการค้า เช่น ญี่ปุ่น จะเป็นการนำคณะผู้นำเข้า ค้าปลีกค้าส่ง บริษัท โคนัน โชจิ และบริษัท นิชิมัตสึ เชน ซึ่งเป็นสินค้าประเภทของใช้ในบ้าน สินค้าสำหรับเด็ก ที่จะเดินทางมาเจรจาการค้าที่ไทย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับห้างสรรพสินค้าและผู้นำเข้าในประเทศจีน ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐ อินเดีย และญี่ปุ่นเช่น โครงการส่งเสริมการขายร่วมกับห้างCenturymart ที่เมืองหางโจว จำนวน22สาขา ร่วมกับห้างคาร์ฟู ในมณฑลยูนนาน 10สาขา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผลไมเสด แปรรูป อาหารแปรรูป เครื่องดื่ม
ขณะที่กิจกรรมในประเทศไทย จะเน้นกิจกรรมครัวไทยสู่ครัวโลก การอบรม พัฒนาผู้ประกอบการและผลิตภัณฑ์ เช่น อบรมการเจาะลึกตลาดญี่ปุ่น โครงการทำสัญญาซื้อขายระหว่างประเทศและแต่งตั้งผู้แทนจำหน่ายรุ่นที่ 9 โครงการพี่เลี้ยงธุรกิจสู่ตลาดเมียนมาร์ เป็นต้น และสาสุดกรมมีแผนจะเน้นกิจกรรมภายใต้คณะทำงานบุกเบิกตลาดใหม่ โดยเฉพาะตลาดที่ยังไม่เข้าไปเจาะลึกก็จะเน้นกิจกรรมการมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีงานแสดงสินค้าขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านอีก 3 งานใหญ่ ประกอบด้วย งานไทยแลนด์วีค มุมไบ ประเทศอินเดีย,ฮานอย ประเทศเวียดนาม และที่เชนไน ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้าน อาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้าวัสดุก่อสร้าง สินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงเดือนส.ค.ก.ย. จะมีการจัดงานแสดงสินค้าอีก 4 เมือง คือที่นิวเดลี กัวลาลัมเปอร์ จาร์กาตา และจัณฑิกาห์ และเดินสายจัดงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ เครื่องฟอกหนัง เม็ดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์ สุขภาพและความงาม เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ วัสดุก่อสร้าง สิ่งทอ และผ้าผืน ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เช็ค จีน ฝรั่งเศส บราซิล สิงคโปร์ กัมพูชา บังคลาเทศ เป็นต้น







