posttoday
ต่อสายขุนทหารชิงเค้ก ทอท.แสนล.

ต่อสายขุนทหารชิงเค้ก ทอท.แสนล.

27 สิงหาคม 2557

การยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (เอ็มดี) บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ของ เมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย

การยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (เอ็มดี) บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ของ เมฆินทร์ เพ็ชรพลาย ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย

เพราะเมื่อถึงยุคที่การเมืองผลัดใบ เมฆินทร์อดีตมือบริหารลูกหม้อบริษัท ไทยคม ในเครือชินคอร์ป จึงต้องตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหลังทำงานได้เพียง 6 เดือน

“การลาออกของเมฆินทร์จะมีผลวันที่ 16 ก.ย.นี้ ส่วนการสรรหาเอ็มดีคนใหม่จะเร่งให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ได้แต่งตั้ง นิรันดร์ ธีรนาทสิน เป็นรักษาการเอ็มดีไปก่อน” ประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานบอร์ด ทอท.ระบุ

ทว่าภารกิจหลักที่รอเอ็มดี ทอท.คนใหม่อยู่ ก็นับว่าน่าสนใจไม่น้อย

นั่นเพราะในช่วง 1-2 ปีจากนี้จะเป็นช่วงที่ ทอท.มีการจัดซื้อจัดจ้างกว่า 10 โครงการ มูลค่า 1 แสนล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของผู้ใช้สนามบินของ ทอท.ที่ปัจจุบันมี 88 ล้านคน/ปี และมีอัตราการเติบโต 12.5% ต่อปี ไปอีกอย่างน้อย 5 ปี โดยเฉพาะผู้ใช้โลว์คอสต์แอร์ไลน์ที่เติบโต 3050% ต่อปี

ในขณะที่ฐานะทางการเงินของ ทอท.เองก็พร้อมแบกรับภารกิจการลงทุนครั้งนี้ เพราะเมื่อพลิกไปดูบัญชีงบดุลที่ ทอท.แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า ทอท.มีเงินสดหมุนเวียนสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท และด้วยอัตราหนี้สินต่อทุนที่ต่ำเพียง 0.6 เท่า ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับสนามบินอื่นๆ ทั่วโลกที่หนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 1.25-1.5 เท่า

ส่งผลให้ ทอท.มีศักยภาพในการกู้เงินลงทุนได้ไม่น้อยกว่า 1.52 แสนล้านบาทเลยทีเดียว และมีเงินเพียงพอรองรับโครงการลงทุนที่บอร์ด ทอท.อนุมัติได้โดยไม่มีปัญหาสภาพคล่อง

เมื่อพิจารณาโครงการที่ต่อแถวเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของ ทอท. พบว่ามีโครงการที่สำคัญ 11 โครงการและโครงการเหล่านี้ได้รับความเห็นชอบจากบอร์ด ทอท.และฝ่ายนโยบายของ คสช. คือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช. ที่ถูกวางตัวให้ดูแลการลงทุนของกระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย

1.โครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารในประเทศแห่งใหม่ที่บริเวณทิศเหนือของอาคารเทียบเครื่องบิน A ของสนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 2.4 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สนามบินรองรับผู้โดยสารจาก 45 ล้านคน/ปี เป็น 6065 ล้านคน/ปี ภายในปี 2562

2.โครงการลงทุนสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 วงเงิน 6.25 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) แต่ในที่สุดจะต้องมีการปัดฝุ่นเปิดประมูลนี้ในอีกไม่นานนี้

3.ลงทุนขยายสนามบินดอนเมืองเฟส 2 และเฟสที่ 3 วงเงิน 9,900 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพสนามบินให้รองรับผู้โดยสารจาก 18.5 ล้านคน เป็น 40 ล้านคน ในปี 2559 ซึ่งโครงการทั้งสองเฟสอยู่ระหว่างจัดซื้อจัดจ้าง ขณะที่ในปี 2560 ทอท.มีแผนลงทุน 1,500 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนต่อปี

4.ขยายสนามบินภูเก็ตเฟส 3 ซึ่งบอร์ด ทอท.อนุมัติหลักการและงบลงทุนแล้ว 3,700 ล้านบาท หากการลงทุนสนามบินภูเก็ตเฟส 2 และ 3 แล้วเสร็จจะรองรับผู้โดยสารจาก 6.5 ล้านคน/ปี เป็น 18 ล้าน/ปี

5.พัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินพาณิชย์เบื้องต้น 100 ล้านบาท แต่หากจะพัฒนาให้เป็นสนามบินนานาชาติต้องลงทุน 2,000-4,000 ล้านบาท

6.โครงการพัฒนาเมืองสนามบิน หรือแอร์พอร์ตซิตี้ 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อสร้างรายได้ให้กับ ทอท.ในธุรกิจที่ไม่ใช่การจัดการการบิน (NonAero) ซึ่ง พล.อ.อ.ประจิน เห็นชอบในหลักการแล้ว 3 โครงการ ได้แก่ แอร์พอร์ตซิตี้ดอนเมือง 9,000 ล้านบาท สร้างอาคารสำนักงานสายการบินที่ดอนเมือง 5,000 ล้านบาท และแอร์พอร์ตซิตี้ภูเก็ต 4,080 ล้านบาท

7.ระบบเช็กอินรวม (CUTE) ซึ่งปัจจุบันกลุ่มสามารถได้สัญญา 5 ปี และสัญญาจะสิ้นสุดลงวันที่ 30 ก.ย. 2557 โดยสัญญาว่าจ้างอยู่ที่ 2,181 ล้านบาท สัญญาว่าจ้าง 5 ปี ซึ่งแม้ว่าสัญญาจะหมดลงในอีกไม่ถึงเดือน แต่ ทอท.ยังไม่เปิดประมูลใหม่

8.ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (เอพีพีเอส) 8,313 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ที่ คตร.สั่งยกเลิกทีโออาร์ และน่าจะมีการเปิดประมูลโครงการใหม่ในเร็วๆ นี้ โดยกลุ่มสามารถมาแรงที่สุด

9.โครงการบริหารลานจอดรถยนต์สนามบินสุวรรณภูมิ 500 ล้านบาท ในช่วง 5 ปี ซึ่งฝ่ายบริหาร ทอท.สั่งให้มีการเปิดประมูลมานานแล้ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดประมูล

10.ว่าจ้างปรับปรุงระบบตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่อง (PBRS) 260 ล้านบาท

การจัดสรรผลประโยชน์ก้อนโต 1.3 แสนล้านบาท ในยุคที่ขุนทหารเรืองอำนาจ ใครที่ต่อสายได้แน่นสนิทกว่าก็มีสิทธิคว้างานไปได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท