
กสิกรมองอสังหาฯคึกคัก
ส่งกองเคจีพร็อพซื้อหุ้นรีทส์ทั่วโลกรับเศรษฐกิจฟื้นหนุนราคาค่าเช่าขึ้น
ส่งกองเคจีพร็อพซื้อหุ้นรีทส์ทั่วโลกรับเศรษฐกิจฟื้นหนุนราคาค่าเช่าขึ้น
บลจ.กสิกรไทย คลอด KGPROP ชวนนักลงทุนดักเก็งกำไรจากราคาค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก
นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 28 ก.ย. 2557 บลจ.กสิกรไทย เตรียมเสนอขายกองทุนเปิดเค โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ หุ้นทุน (KGPROP) มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยกองทุน KGPROP จะนำเงินไปลงทุนผ่านกองทุนหลัก คือ มอร์แกน สแตนเลย์ อินเวสเม้นท์ ฟันด์ โกลบอล พร็อพเพอร์ตี้ คลาส I ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน
กองทุนหลักบริหารจัดการโดยมอร์แกน สแตนเลย์ อินเวสเม้นท์ แมเนจเม้นท์ หนึ่งในบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำของโลกที่มีสินทรัพย์ภายใต้การจัดการกว่า 12.8 ล้านล้านบาท หรือ 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ กองทุนหลักยังเป็นกองทุนที่ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก เฉพาะในกลุ่ม Global PropertyIndirect Global และยังมีผลการดำเนินงานที่น่าสนใจ โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลังในรอบ 5 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15.70% ต่อปี
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักจะกระจายการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และหุ้นในหมวดอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก อาทิ สหรัฐ อังกฤษ ญี่ปุ่น ฮ่องกง เป็นต้น ซึ่งประกอบด้วยบริษัทชั้นนำด้านอสังหาริมทรัพย์ของโลก อาทิ บริษัท ไซม่อน พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป ซึ่งเป็นกองรีทส์ที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ
ทั้งนี้ ยังมีอสังหาริมทรัพย์กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยดำเนินธุรกิจค้าปลีกหรือห้างสรรพสินค้าชื่อดังพื้นที่ให้เช่ากว่า 241 ล้านตารางฟุต ภายใต้ชื่อแบรนด์ต่างๆ เช่น ไซมอน มอลล์, พรีเมียม เอาต์เลต, เดอะแกลเลอรี่ เป็นต้น บริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของญี่ปุ่นในเครือมิตซูบิชิ ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งอาคารสำนักงาน ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ที่พักอาศัย โรงแรม ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่น บริษัท แลนด์ ซีเคียวริตี้ส์ ซึ่งเป็นกองรีทส์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ โดยดำเนินธุรกิจทั้งออฟฟิศสำนักงาน ช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ รวมถึงโรงแรมในเครือแอคคอร์ เช่น โนโวเทล ไอบิส
กองทุนจะเน้นการบริหารงานแบบเชิงรุก โดยทีมงานจัดการลงทุนมีสำนักงานกระจายอยู่ในหลายภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทั้งสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย ทำให้เข้าใจในสภาวะตลาดและสามารถปรับน้ำหนักการลงทุนตามปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ของในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกองทุน KGPROP เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว โดยสามารถยอมรับความเสี่ยงได้ในระดับค่อนข้างสูง รวมถึงเชื่อมั่นในการเติบโตและขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก
สำหรับเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าตัวเลขจีดีพีในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกจะสามารถขยายตัวเป็นบวกได้ในปี 2558 และจะเติบโตต่อเนื่องไปจนถึงปี 2559 ซึ่งจะส่งผลทำให้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนี้ เมื่อย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา การก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ใหม่ชะลอตัวลง ทำให้ปริมาณการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ใหม่ในปัจจุบันยังเติบโตไม่ทันและไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับความต้องการอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จึงส่งผลบวกต่อราคาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงอัตราการเช่าและค่าเช่าให้ปรับตัวสูงขึ้นได้
“กองทุนหลักมีการลงทุนในหุ้นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะได้รับประโยชน์และมีโอกาสเติบโตเพิ่มขึ้นตามการเติบโตของตลาดหุ้นใหญ่ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น” นายนาวิน กล่าว







