posttoday
เปิดใจมอญสังขละบุรี

เปิดใจมอญสังขละบุรี

26 สิงหาคม 2557

สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งชาวไทย ชาวพม่า ชาวมอญ ชาวกะเหรี่ยง

สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีวัฒนธรรมและประเพณีที่หลากหลายของผู้คนหลากเชื้อชาติ ทั้งชาวไทย ชาวพม่า ชาวมอญ ชาวกะเหรี่ยง

โดยหนึ่งในคนต่างถิ่นที่กลายมาเป็นคนสังขละบุรีไปแล้ว ก็คือ ป้ายีและป้าโช วัย 66 ปี ที่ค้าขายในตลาดด่านเจดีย์สามองค์มานานกว่า 30 ปี คุณป้าทั้งสองคนเล่าด้วยความภูมิใจว่า เป็นแม่ค้ารุ่นแรกที่มีเชื้อสายมอญและค้าขายในตลาดแห่งนี้ โดยตอนนี้สินค้าที่ขายส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปแกะสลักจากหินอ่อนพม่า ธรรมมาสน์ พระพุทธรูปศิลปะแบบมัณฑะเลย์ ซึ่งสินค้าทั้งหมดนำเข้ามาจากพม่า

แม้จะอยู่ในเมืองไทยมานาน จนพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงเจ้าหน้าที่คุ้นหน้าคุ้นตาอยู่แล้ว สามารถเดินทางข้ามแดนไทยพม่าได้แบบสบายๆ แต่การเดินทางในฝั่งไทยนั้น ป้าทั้งคู่ไปได้ไกลสุดแค่ตลาดสังขละบุรีเท่านั้น

“ถ้าจะไปเที่ยวในตัวเมืองจะต้องทำบัตรต่างด้าวและบัตรตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเยอะ สุดท้ายพวกป้าเลยไม่ค่อยได้ออกไปไหน แต่ก็มีบ้างบางครั้งที่กลับไปเยี่ยมญาติที่พม่า ทั้งเมืองพะอัน เมาะละแหม่ง และเมียวดี”

ในฐานะอยู่บริเวณชายแดนเห็นการเปลี่ยนแปลงต่างๆ มาตลอด ป้ายีและป้าโชย้อนวันวานเล่าถึงตลาดชายแดนว่า สมัยแรกๆ บริเวณนี้เป็นเพียงพื้นที่ว่างระหว่างชายแดนฝั่งไทยและพม่า มีพ่อค้าแม่ค้าทั้งจากฝั่งไทยและพม่าตั้งร้านขายของ ซึ่งแรกๆ เป็นเพียงหาบเร่แผงลอยธรรมดา และมีร้านค้าอยู่เพียงแค่ไม่กี่ร้านเท่านั้น

ต่อมาเมื่อการค้าชายแดนในพื้นที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เริ่มเห็นมีพ่อค้าแม่ค้าหน้าใหม่ๆ เข้ามาจับจองพื้นที่ขายของในบริเวณนี้มากขึ้น และเมื่อการค้าพัฒนาขึ้นการเดินทางมายังพื้นที่มีความสะดวกสบายมากขึ้น ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่เยอะขึ้น รูปแบบของร้านค้าจึงเริ่มเปลี่ยนแปลง มีการสร้างอาคารและแผงร้านอย่างเป็นทางการ มีการจัดเก็บค่าเช่าแผงในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยเก็บค่าเช่าแผงเดือนละ 4,000 บาท

เมื่อจำนวนร้านค้ามากขึ้น ทำให้เกิดการแข่งขันทางการค้าเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะสินค้าส่วนใหญ่มีลักษณะคล้ายกันทั้งเครื่องประดับพลอย หยก และเฟอร์นิเจอร์ไม้ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจ เมื่อระยะหลังๆ การค้าขายในพื้นที่ค่อนข้างซบเซาลงจากเดิม ช่วงที่ค้าขายดีแบบสุดๆ เคยมียอดขายสูงถึงวันละ 45 หมื่นบาท แต่ตอนนี้ลดลงเหลือไม่ถึงหมื่นบาท อย่างไรก็ตามป้าทั้งคู่ยังโชคดี เพราะมีสินค้าที่ต่างจากร้านอื่นๆ จึงทำให้มีจุดเด่นและมีลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งทั้งคู่ก็หวังว่าการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนในปลายปีหน้า น่าจะทำให้การค้าขายในตลาดแห่งนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง

ป้ายียังได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการเปิดด่านบ้านพุน้ำร้อน เป็นด่านถาวรเชื่อมกับเขตทวายของพม่าว่า จะช่วยทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวใน จ.กาญจนบุรี มากขึ้น และน่าจะเดินทางมาถึงด่านเจดีย์สามองค์นี้ด้วย ซึ่งจะช่วยให้การค้าชายแดนบริเวณนี้ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน

นอกจากนี้ ปัจจุบันมีชาวพม่าอีกจำนวนไม่น้อยที่อยากเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยและ จ.กาญจนบุรี แต่ยังไม่มีกำลังเงินมากพอจะซื้อตั๋วเครื่องบินและทำพาสปอร์ต ดังนั้นการเปิดด่านถาวรเพิ่มขึ้นก็จะกลายเป็นช่องทางให้คนไทยและคนพม่าเดินทางไปมาหาสู่กันได้ง่ายและมากขึ้นด้วยสุดท้าย แม้จากบ้านเกิดเมืองนอนมานาน หลายคนอาจอดคิดถึงอาหารท้องถิ่นเดิมไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ ทั้งคู่บอกว่า ไม่ใช่ปัญหาสำหรับตนเลย เพราะกินเจมานานแล้ว แต่หากคิดถึงอาหารบ้านเกิดเมื่อไหร่ ก็จะหาวัตถุดิบที่พอหาได้หรือใกล้เคียงกับสูตรดั้งเดิมมาดัดแปลงให้พอบรรเทาความคิดถึงบ้านไปได้เหมือนกัน

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี