
ซิงเกอร์จุกกำไรร่วงตามสินค้าเกษตร
ซิงเกอร์ตัวชี้วัดกำลังซื้อรากหญ้า รับครึ่งแรกกำไรลดหลังราคาเกษตรตกต่ำ จับตาลูกหนี้ค้าง 46 เดือน
ซิงเกอร์ตัวชี้วัดกำลังซื้อรากหญ้า รับครึ่งแรกกำไรลดหลังราคาเกษตรตกต่ำ จับตาลูกหนี้ค้าง 46 เดือน
นายบุญยง ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย หรือ SINGER เปิดเผยว่า ธุรกิจของบริษัทนับเป็นตัวชี้วัดกำลังซื้อของประชาชนในระดับรากหญ้าในต่างจังหวัดของประเทศได้เป็นอย่างดี เพราะสามารถเข้าถึงลูกค้า 7 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ระยะที่ผ่านมาเวลาไปพบลูกค้าจะมีเสียงบ่นเรื่องขายของได้น้อยลง คนใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและประหยัดมากขึ้น ซึ่งผลจากการระมัดระวังในการใช้จ่ายของประชาชนในระดับรากหญ้ากระทบต่อรายได้ของบริษัทในช่วงครึ่งแรกให้ปรับตัวลดลงประมาณ 5% และกำไรสุทธิลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีราคาสินค้าเกษตรเป็นตัวแปรหลัก เพราะราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำลงทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงด้วย
“แม้ว่ากลุ่มลูกค้าที่เป็นเกษตรกรจะมีสัดส่วน 25% ของลูกค้าทั้งหมดของบริษัทที่มีอยู่ 1.78 แสนบัญชี ถือว่าไม่ได้สูง แต่ได้ส่งผลกระทบเป็นห่วงลูกโซ่ไปยังกลุ่มลูกค้าประเภทร้านค้า ร้านโชห่วย ที่มีสัดส่วนเกือบ 40% ของลูกค้าทั้งหมดไปด้วย ที่เหลือจะเป็นกลุ่มหนุ่มสาวโรงงาน และแม่ค้าประกอบอาชีพอิสระ” นายบุญยง กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดหวังว่าในช่วงครึ่งหลังของปีสถานการณ์น่าจะดีขึ้น ภายหลังจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในเร็วๆ นี้ ทำให้มีผู้มาทำหน้าที่บริหารแต่ละกระทรวงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้
บริษัทยังมีความมั่นใจว่ารายได้ของบริษัทน่าจะเติบโต 510% จากปี 2556 ที่มีรายได้ 3,600 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิน่าจะอยู่ที่ 10% เพิ่มจากปีที่ผ่านมาเฉลี่ยระดับ 8% เนื่องจากมุ่งให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ยังมีกำลังซื้อ เช่น กลุ่มร้านค้าโชห่วย แทนรายบุคคล พร้อมกับควบคุมค่าใช้จ่าย
สำหรับอัตราหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ของบริษัทในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 6.8% เพิ่มจากไตรมาส 4 ของปี 2556 อยู่ที่ 5.9% พอเข้าไตรมาส 2 ได้ลดลงมาอยู่ที่ 6% และในไตรมาส 3 นี้คาดว่าจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 2
ขณะนี้บริษัทได้มีการตั้งสำรองหนี้ไปแล้ว 16 ล้านบาท ในเดือน มิ.ย.นี้ โดยหนี้ที่คงค้างเกิน 12 เดือน บริษัทได้ตั้งสำรองครบ 100% สถานการณ์ในไตรมาส 2 เริ่มคลี่คลาย แต่บริษัทยังต้องติดตามลูกหนี้ในส่วนที่ค้างจ่าย 46 เดือนว่าจะเป็นอย่างไร แต่บริษัทได้คลายความกังวลลง เพราะฤดูกาลเก็บเกี่ยวรอบใหม่จะเกิดในช่วงไตรมาส 4 ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.นี้ คงต้องดูสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรว่าจะดีขึ้นหรือไม่
“ผมเข้าใจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่าเวลา 1 ปี จะเน้นการสะสางปัญหาเดิม การจ่ายเงินคืนจำนำข้าว การเร่งเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่ค้างอยู่ แต่สิ่งที่อยากฝากให้รัฐบาลที่จะเข้ามาให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาปากท้องของประชาชน และนับเป็นความท้าทายของรัฐบาลชุดใหม่” นายบุญยง กล่าว







