
SAPPE เทียบชั้นแบรนด์กระทิงแดง
บริษัท เซ็ปเป้ (SAPPE) ถือเป็นหุ้นน้องใหม่ไฟแรง นับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
บริษัท เซ็ปเป้ (SAPPE) ถือเป็นหุ้นน้องใหม่ไฟแรง นับตั้งแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) มาตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. ผ่านมา 2 เดือน ราคาหุ้นได้ปรับขึ้นต่อเนื่องจากราคาไอพีโอเพียง 13.50 บาท มาปิดที่ระดับ 31.25 บาท แจกกำไรนักลงทุนจองซื้อหุ้นแล้วเกือบ 132%
“ปิยจิต รักอริยะพงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท เซ็ปเป้ ให้มุมมองว่า อาจเป็นเพราะนักลงทุนมองเห็นการเติบโตในอนาคตโดยเฉพาะจากตลาดต่างประเทศ ซึ่งในตลาดโลกยังไม่มีใครเริ่มทำเครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าว ทำให้เซ็ปเป้เป็นเจ้าแรกที่เข้าไปทำการตลาด และใช้กลยุทธ์เพื่อตอกย้ำแบรนด์สินค้า
ปัจจุบันเซ็ปเป้ส่งออกไปทั้งหมด 62 ประเทศ เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่มี 50 ประเทศ มีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกต่างประเทศ 60% แบ่งเป็นกลุ่มเอเชียอยู่ที่ 47% ไทย 40% กลุ่มยุโรปและสหรัฐ 7% กลุ่มตะวันออกกลางและอื่นๆ 5% ซึ่งแต่ละกลุ่มประเทศยังมีการเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักในทุกกลุ่ม
“ตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา บริษัทเจาะไปประเทศใหม่ๆ ที่เห็นว่ามีศักยภาพ มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี และที่สำคัญต้องมีพฤติกรรมการบริโภคสินค้าระดับบน เพราะเซ็ปเป้เป็นสินค้า “พรีเมียมแมส” อย่างกลุ่มประเทศละตินอเมริกา เช่น บราซิล
นอกจากนั้น การมุ่งเน้นไปตลาดการส่งออกมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าในประเทศที่มีการแข่งขันที่ดุเดือดเรื่องราคา ทำให้ตลาดปีนี้โตมากสุดไม่เกิน 2% ขณะที่แต่ละประเทศจะมีฤดูกาลไฮซีซั่นที่แตกต่างกัน จึงช่วยสร้างรายได้และบริหารความเสี่ยงทางอ้อม ส่วนความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน บริษัทมีนโยบายป้องกันความเสี่ยง (เฮดจิ้ง) ล่วงหน้าขั้นต่ำ 25% สูงสุด 100% ซึ่งไตรมาส 3 บริษัทได้เฮดจิ้งค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐแล้ว 100% เพราะมองว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่า และไตรมาส 4 จะอ่อนค่าลง
สำหรับผลประกอบการของบริษัทดีขึ้นมาจากหลายปัจจัย ตั้งแต่การเดินกำลังการผลิตที่โรงงานแห่งใหม่คลอง 13 จ.ปทุมธานี ได้เต็มที่ เริ่มเห็นต้นทุนต่อขนาดที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับการขยายไปยังตลาดใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้อัตรากำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2557 ทำได้ 16% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 5% เท่านั้น และรายได้จะเติบโต 2530% จากปีก่อนที่ทำได้ 2,380 ล้านบาท
ผลสำเร็จในวันนี้มาจากที่ SAPPE เริ่มบุกตลาดต่างประเทศอย่างจริงจังเมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา ตามการวางแผนเป็นแบรนด์ชั้นนำระดับโลก (โกลบอลแบรนด์) จนวันนี้มั่นใจว่าลูกค้าต่างประเทศได้รับรู้แบรนด์สินค้าของ SAPPE จากผลิตภัณฑ์สุขภาพ โมกุโมกุ (เครื่องดื่มผสมวุ้นมะพร้าว) และเซ็ปเป้ อะโรเวล่า (เครื่องดื่มผสมว่านหางจระเข้) จึงมีเป้าหมายว่าภายในปี 2560 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทจะมีรายได้เป็น 5,000 ล้านบาทได้
บริษัทตั้งเป้าว่าภายในปี 2562 หรืออีก 5 ปีข้างหน้า บริษัทจะต้องเป็น “โกลบอลแบรนด์” ในหมวดเครื่องดื่มที่ติดตลาดโลกได้อย่างพี่ใหญ่อย่างเครื่องดื่มกระทิงแดง แต่เป็นแบรนด์ที่มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน เพราะกระทิงแดงได้รับการตอบรับดีในการเป็นเครื่องดื่มชูกำลังให้พลังงาน ขณะที่ SAPPE เน้นไปทางเครื่องดื่มด้านสุขภาพและความงาม
SAPPE ไม่ได้เป็นแค่หุ้นเนื้อหอมสำหรับรายย่อยเพียงอย่างเดียว เพราะถึงวันนี้กองทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศต่างก็เข้าไปเยี่ยมชมกิจการและขอฟังข้อมูลจากผู้บริหารทุกสัปดาห์นับแต่เข้าตลาดหลักทรัพย์มา รวมถึงบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งได้ชวนไปนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) ต่างประเทศ แต่บริษัทต้องขอปฏิเสธไปก่อน เพราะเพิ่งเข้าตลาดหลักทรัพย์มาไม่นาน ขอเวลาเตรียมความพร้อมอีกสักระยะ แต่อย่างไรก็ดี บริษัทมีกำหนดจะพบกองทุนแบบตัวต่อตัวในงานไทยแลนด์ โฟกัส วันที่ 27 ส.ค.ที่จะถึงนี้
หลังจากนี้ต้องรอดูกันต่อไปว่าเส้นทางโกลบอลแบรนด์ของ SAPPE จะเป็นอย่างไร







