
HSBCเชียร์หุ้นไทยท่องเที่ยวเด่นสุด
HSBC ยังคงให้น้ำหนักหุ้นไทยมากกว่าตลาด ยันการท่องเที่ยวฟื้น ราคาหุ้นยังสมเหตุผล
HSBC ยังคงให้น้ำหนักหุ้นไทยมากกว่าตลาด ยันการท่องเที่ยวฟื้น ราคาหุ้นยังสมเหตุผล
บทวิเคราะห์ธนาคารเอชเอสบีซี ยังคงให้น้ำหนักตลาดหุ้นไทยมากกว่าตลาด เนื่องมาจากการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวเมื่อเดือน ก.ค. ที่จะส่งผลดีต่อกำไรของหุ้นที่เกี่ยวข้องและราคาหุ้นยังสมเหตุผล
ทั้งนี้ เศรษฐกิจได้คืนสู่ภาวะปกติหลังจากการเมืองได้ข้อยุติความขัดแย้งมีรัฐประหารเมื่อเดือน พ.ค. และคาดว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในครึ่งหลังปี 2558 มองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวหลังจากมีการลงทุน
นักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซีคาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะเติบโต 1.4% และปีหน้าจะขยายตัว 5%
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เชื่อว่าดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% จะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตแบบมีเสถียรภาพจากการลงทุนของภาครัฐที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง
ดัชนีเอ็มเอสซีไอ ประเทศไทย ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 17.6% ทำให้เป็นตลาดที่ดีที่สุดอันดับ 4 ในภูมิภาคนี้ และให้อัตราผลตอบแทนจากปันผลที่ดีและกำไรอยู่ในช่วงขาขึ้น รวมถึงมูลค่าหุ้นยังอยู่ในระดับที่สมเหตุผล
เอชเอสบีซี ระบุว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้น เนื่องจากบรรยากาศทางธุรกิจจะมีการใช้จ่าย รวมถึงนโยบายปริมาณเงินที่ยืดหยุ่นเป็นผลดีต่อการลงทุน ทั้งนี้การลดลงของดัชนีหุ้นในระยะสั้นจึงเป็นโอกาสอันดีที่จะเข้าซื้อ
วันที่ 25 ส.ค. 2557 ที่ผ่านมาดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29 โดยดัชนีปิด 1,563.13 จุด เพิ่มขึ้น 6.16 จุด มูลค่าการซื้อขาย 41,158.44 ล้านบาท นำ โดยหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่พุ่งขึ้นรับรัฐบาลและงบลงทุนที่จะเกิดขึ้น รวมถึงหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวด้วย นำโดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บวก 9 บาท หรือ 3.95% ปิดที่ 237 บาท แต่นักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิ 276 ล้านบาท และรายย่อยทิ้ง 682 ล้านบาท
บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) พุ่งขึ้นมาปิด 25.25 บาท บวก 1.25 บาท ขณะที่ ช.การช่าง (CK) ปิด 27.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท ด้านคณะกรรมการ CK มีมติจ่ายเงินปันผลกลางปีหุ้นละ 0.20 บาท เป็นเงินรวม 338 ล้านบาท ส่วนบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.10 บาท







