
เจาะสมาคมวิชาชีพโลกฟื้นตลาดประชุมนานาชาติ
ตลาดการประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์)
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ตลาดการประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) ได้รับผลกระทบอย่างหนักช่วงที่ไทยมีปัญหาการเมือง ตลาดนี้หวั่นไหวเรื่องความปลอดภัยมากกว่าตลาดท่องเที่ยวทั่วไป เกิดอะไรก็พร้อมหนีไปก่อนและกลับมาช้ากว่าตลาดอื่น จากข้อมูลของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) ระบุว่า ครึ่งปีแรกมียอดการ จัดงานประชุมนานาชาติในไทย 1,342 งาน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 2,812 งาน ขณะที่สถิติจำนวนผู้ร่วมงานประชุมนานาชาติตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมีกว่า 1.35 แสนคน สร้างรายได้ 1.32 หมื่นล้านบาท
เมื่อจำนวนงานครึ่งปีแรกลดไปมากเช่นนี้ เอกชนที่ทำตลาดประชุมนานาชาติจึงต้องวางกลยุทธ์ให้ดี เพื่อให้ตลาดนี้ กลับมาเร็วที่สุดหลังเหตุการณ์การเมืองวุ่นวาย และทวงลูกค้าที่มีแผนจะหนีไปจัดงานประเทศคู่แข่งให้กลับมาเลือกจัดงานในไทยแทน
สุเมธ สุทัศน์ ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ครีเอทีฟ เดสติเนชั่น แมเนจเมนท์ (ซีดีเอ็ม) และนายกสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติไทย (ทิก้า) เปิดเผยว่า ไทยเป็นประเทศที่เสียเปรียบเรื่องภาษา เมื่อเทียบ คู่แข่งอย่างสิงคโปร์ หรือมองในแง่จำนวนงาน สิงคโปร์จะมีมากกว่า เพราะ มีสถานที่รองรับการจัดงานไมซ์มากกว่า และเป็นสถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจรพร้อมรองรับตลาดไมซ์แต่แรก ขณะที่ไทยเน้นงานที่เจาะกลุ่มเฉพาะ มีรายละเอียด จัดงานมาก มูลค่าต่องานสูงกว่า และถ้าเปรียบเทียบด้านความหลากหลายของจุดหมายท่องเที่ยวหลัง จัดงาน ไทยก็หลากหลายกว่ามาก เมื่อประเมิน โดยรวมไทยยังถือว่ามีศักยภาพจัดงานไมซ์นานาชาติสูง
สำหรับซีดีเอ็ม เป็นบริษัทรับจัดงานประชุมนานาชาติที่มีขนาดบริษัทไม่ใหญ่ ดำเนินธุรกิจมา 25 ปี เน้นที่ตลาดไมซ์จากแถบยุโรป อเมริกา เป็นหลัก ระยะหลังเศรษฐกิจยุโรป อเมริกาไม่ดี ทำให้ตลาดนี้โตช้า ต่างจากตลาดไมซ์เอเชียที่โตเร็ว แต่เมื่อเทียบด้านรายได้ ตลาดยุโรป อเมริกา จะสร้างรายได้ดีกว่า เพราะมูลค่าการจัดงานสูง ส่วนเอเชีย การแข่งขันด้านราคาสูง และ มีอุปสรรคเรื่องภาษา บริษัทจึงต้องปรับตัวให้ธุรกิจยังโตได้ สิ่งที่ทำคือ การมุ่งรับบริหารจัดการงานประชุมนานาชาติของสมาคม วิชาชีพต่างๆ ที่มีสมาชิกอยู่ทั่วโลก เช่น สมาคมวิชาชีพแพทย์ หรือกฎหมาย กลุ่มนี้จะมีสมาชิกมาจากหลากหลายประเทศ แต่การจัดงานจะมีรายละเอียดที่ต้องการมากกว่างานทั่วไป เพราะเป็นงานที่มีเนื้อหาเฉพาะ
ปีนี้บริษัทตั้งเป้า มีรายได้จากการ จัดงานเท่าปี 2555 หรือต่ำกว่าปีที่ผ่านมา 7-10% เนื่องจากยังได้รับผลกระทบปัญหาการเมืองอยู่ แม้ไทยจะสถานการณ์สงบแล้ว แต่บางกลุ่ม ที่ตัดสินใจเปลี่ยนสถานที่ จัดงานไปประเทศอื่นแล้วก็ไม่สามารถเรียกกลับมาได้ ต้องรอการตัดสินใจจัดงานครั้งต่อไป คาดว่าเมื่อถึงปีหน้าแล้วสถานการณ์ในไทยยังสงบ รายได้การจัดงานน่าจะโตได้ 5% จากปีนี้ เพราะ มีปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจยุโรปและอเมริกาน่าจะเริ่มฟื้นตัว มีแผนจัดงานประชุมนานาชาติมากขึ้น
สุเมธ กล่าวว่า การไปแข่งขันประมูลงานประชุมนานาชาติมาจัดในไทยยังเผชิญปัญหาต่างชาติกังวล กับกฎอัยการศึกอยู่ บางประเทศยังกังวลประเด็นนี้ อย่างไรก็ตามไทยโชคดีที่ลูกค้าส่วนใหญ่เคยมาจัดงานแล้วต้องการมาจัดงานซ้ำ กลุ่มนี้รู้จักไทยดี มองเห็นว่าการที่ไทยยังอยู่ในภาวะที่มีคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) ดูแลประเทศ มีกฎอัยการศึก เป็นสัญญาณว่าสถานการณ์บ้านเมืองจะก้าวหน้าไปทิศทางที่ดี
แม้จะมีบางประเทศมองเห็นทิศทางที่ดี แต่เอกชนก็ไม่สามารถวางใจได้ จึงต้องใช้จังหวะนี้หาจุดขายสำคัญที่ทำให้ต่างชาติมองเห็นว่าสถานการณ์ในไทย มีทิศทางที่ดีขึ้นนำเสนอต่างชาติ การที่ คสช.จัดระเบียบพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ถือเป็นจุดขายสำคัญ ที่เอกชนนำไปสร้างความมั่นใจให้ผู้จัดงานต่างประเทศสนใจอยากนำงานมาจัดในไทยได้
“ปีหน้าบริษัทดึงงานประชุมศัลยแพทย์โลกเข้ามาได้ช่วงเดือน ส.ค. มีผู้ร่วมงาน 2,500 คน งานประชุมธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าจากสหรัฐ และอยู่ระหว่างดึงงานอื่น เช่น งานประชุมของบริษัทด้านไอทีจากอิสราเอล 400 คน ที่ต้องการจัดงานเดือน พ.ค. 2557 และการประชุมพร้อมท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัลของกลุ่มธุรกิจ ในเบลเยียม” สุเมธ กล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบันงานประชุมนานาชาติมากกว่าครึ่งหนึ่งยังต้องการจัดงานในกรุงเทพฯ อยู่ เพราะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบและเดินทางสะดวก รองลงมาจะเลือกจัดที่ภูเก็ต เพราะเป็นจุดหมายที่มีแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลสวยงาม ส่วนพื้นที่อื่นยังได้รับความสนใจน้อย โดยส่วนตัวมองว่า เชียงใหม่ มีศักยภาพรองรับงานประชุมนานาชาติได้ หากศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ที่ภาครัฐสร้างขึ้นมา ปรับปรุงโครงสร้างให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานจริงของการประชุมนานาชาติ
หากไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย จุดเด่นด้านจุดหมายท่องเที่ยวที่สวยงามที่ไทยมี ดึงดูดงานประชุมนานาชาติมาไทยได้ไม่ยากแน่นอน แต่เมื่อเกิดเหตุไปแล้ว จึงต้องอาศัยความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชนดึงงานที่กำลังจะเปลี่ยนใจไปจัดที่อื่นกลับมา







