posttoday
รับรองผ้าไหม"คูลโหมด"รายแรกของไทย

รับรองผ้าไหม"คูลโหมด"รายแรกของไทย

25 สิงหาคม 2557

กรมหม่อนไหมได้รับการรับรองผ้าไหมคูลโหมดลดโลกร้อน จากการศึกษาวิจัยและผลิตผ้าไหมลดโลกร้อนได้สำเร็จ

กรมหม่อนไหมได้รับการรับรองผ้าไหมคูลโหมดลดโลกร้อน จากการศึกษาวิจัยและผลิตผ้าไหมลดโลกร้อนได้สำเร็จ

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมได้จัดทำโครงการวิจัยผ้าไหมลดโลกร้อน หรือผ้าคูลโหมด (Cool Mode) โดยใช้เทคโนโลยีพิเศษในการผลิตเส้นไหมและการทอเพื่อปรับโครงสร้างผ้าให้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์มาตรฐานผ้าคูลโหมด ซึ่งมีคุณลักษณะพิเศษคือ ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเพราะไม่ใช้สารเคมีที่เป็นสารก่อมะเร็ง มีสีคงทน มีความแข็งแรงตามมาตรฐาน ช่วยลดความร้อน ดูดซับเหงื่อ สัมผัสแล้วเย็น ถ่ายเทความร้อนได้ดี ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเย็น ส่งผลให้ช่วยลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศ อีกทั้งยังเป็นผ้าที่ดูแลรักษาง่ายมากขึ้น มีการซักรีดไม่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์เสื้อทั่วไป

ผ้าคูลโหมดลดโลกร้อนที่กรมส่งไปให้สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอตรวจสอบและผ่านการทดสอบตามมาตรฐานแล้ว ได้แก่ ผ้าไหมโครงสร้างที่ 2 พื้นสีขาว ผ้าไหมโครงสร้างที่ 5 ยกดอกสีพื้น 4 ตะกอ และผ้าไหมโครงสร้างที่ 6 ยกดอกลายสีประดู่    4 ตะกอ  และได้รับการรับรองให้เป็นผ้าลดโลกร้อน หรือผ้าคูลโหมดจากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก

สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตผ้าไหมคูลโหมดให้กรมหม่อนไหมในปัจจุบัน ได้แก่ กลุ่มทอผ้าไหม กลุ่มอาชีพทอผ้าไหมบ้านหลุ่งประดู่ อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา และยังมีกลุ่มเกษตรกรทอผ้าที่กำลังตรวจสอบผ้าไหมตามเกณฑ์ เพื่อรอการขึ้นทะเบียนคูลโหมด ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปลายเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ กลุ่มทอผ้าไหมทองสุรนารี อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา และกลุ่มทอผ้าไหมบ้านครัว กรุงเทพมหานคร

อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า การพัฒนาขั้นตอนต่อไปนั้น กรมหม่อนไหมจะถ่ายทอดเทคนิคและวิธีการทอผ้าไหมลดโลกร้อนให้กับกลุ่มเกษตรกรที่สนใจผลิตผ้าไหมลดโลกร้อนจำหน่ายให้ผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารเคมีในการซักรีดผ้าไหม รวมทั้งใช้สีย้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

“ผ้าไหมทอมือลดโลกร้อนที่กรมหม่อนไหมได้พัฒนาโครงสร้างขึ้นมานี้นับว่าเป็นผ้าไหมทอมือรายแรกของประเทศไทยที่ผ่านการทดสอบผ่านเกณฑ์มาตรฐานผ้าลดโลกร้อน ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพผ้าไหมให้ผู้บริโภคมั่นใจในการนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าหรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ไหมรูปแบบต่าง ๆ  เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ไหมไทยในตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น และดึงภาคการเกษตรให้ผลิตสินค้าที่ปลดปล่อยคาร์บอนน้อยลง อีกทั้งสร้างทางเลือกแก่ผู้บริโภค ในการช่วยรักษาสภาพแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อไป”อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท