posttoday
การบ้านรัฐบาลใหม่ผลักดันไทยผงาดเออีซี

การบ้านรัฐบาลใหม่ผลักดันไทยผงาดเออีซี

25 สิงหาคม 2557

อีกเพียง 1 ปีกว่า ประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งระหว่างนี้ “ไทย”

โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียนโพสต์ทูเดย์

อีกเพียง 1 ปีกว่า ประเทศในภูมิภาคอาเซียนจะรวมตัวกันเป็นประชาคมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งระหว่างนี้ “ไทย” ก็กำลังมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารประเทศเช่นกัน และมีโจทย์อีกหลายข้อที่รอรัฐบาลชุดใหม่อยู่

วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยงกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบ รัฐบาลจำเป็นต้องส่งเสริมการค้าชายแดน โดยภาคเอกชนต้องการให้มีการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้กระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดชายแดนได้ และมุ่งส่งสินค้าไปยังตลาดที่เป็นเมืองหลวงและหัวเมืองใหญ่ของประเทศเพื่อนบ้าน

ปัจจุบัน การค้าชายแดนของไทยประมาณ 70% ยังเป็นการค้าบริเวณตะเข็บชายแดน ขายสินค้าผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยผู้ประกอบการไม่ยอมเข้าไปทำตลาดสินค้าเอง ทำให้ไม่สามารถพัฒนาสินค้าให้เข้ากับตลาดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งหากส่งเสริมให้เอสเอ็มอีเข้าไปทำตลาดเองจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

ขณะเดียวกัน การส่งเสริมการค้า การลงทุน ต้องมาพร้อมกับการอำนวยความสะดวก การเชื่อมโยง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งนอกจากพัฒนาฝั่งไทยแล้ว ยังต้องพิจารณาช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านให้พัฒนาเท่าเทียมกัน เพราะจะทำให้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย รัฐบาลชุดใหม่จึงต้องคำนึงถึงการ ช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านควบคู่ไปด้วย

ขณะที่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นที่ไม่สามารถแข่งขันได้ในประเทศไทย ควรจะส่งเสริมให้ไปตั้งโรงงานในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปใช้ทรัพยากรและลดต้นทุนการผลิต ส่วนในประเทศต้องเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไฮเทค มีนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ที่ได้ปรับการให้สิทธิประโยชน์เฉพาะอุตสาหกรรมมากขึ้น

ด้านอุปสรรคทางการค้า การลงทุนต้องพยายามปรับลดลงให้มากที่สุด เช่น ภาษีซ้ำซ้อน อนุสัญญาทางการค้าต่างๆ การกีดกันทางการค้า รวมถึงการดำเนินการเรื่องระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในประเทศไทยและอาเซียน จะต้องเร่งรัดดำเนินการ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ด้าน สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า การจะแก้ปัญหาแรงงานไทยให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้นั้น อยากให้รัฐบาลชุดใหม่เริ่มจากการปฏิรูปอุตสาหกรรมก่อน ภาครัฐต้องเข้ามาพูดคุยกับ ผู้ประกอบการเป็นรายอุตสาหกรรม เพื่อหามาตรการจูงใจให้อุตสาหกรรมไทยทั้งระบบยกระดับ มาทำงานในระดับที่สูงขึ้น จนเป็นอุตสาหกรรม “High Value”

หากอุตสาหกรรมไทยยกระดับ ทุกอย่างจะ เปลี่ยนหมด จะเห็นภาพว่าอุตสาหกรรมต้องการคนแบบไหนบ้าง ทักษะที่สูงขึ้นเป็นอย่างไร เพื่อจะได้กลับไปพัฒนาได้ถูกต้อง เมื่อทักษะดีขึ้น ค่าแรงก็สูงขึ้น ช่างฝีมือรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น อุตสาหกรรมระดับสูงจะใช้แรงงานน้อยลง บรรเทาปัญหาแรงงานขาดแคลน ลดการพึ่งพาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน

“สุดท้ายเมื่อทั้งคนทำงานและอุตสาหกรรมมีศักยภาพมากขึ้น ต้นทุนลดลง รายได้เพิ่มขึ้น ก็นำพาประเทศก้าวพ้นปัญหาการติดกับดักรายได้ปานกลาง หรือ Middle Income Trap และช่วยให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ในประชาคมอาเซียน”

อย่างไรก็ตาม หากไทยยังคงยึดติดกับรายได้จากการรับจ้างผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) ซึ่งมีกำไรน้อย ไม่เร่งปฏิรูปอุตสาหกรรม การศึกษา และแรงงานไปพร้อมกัน ก็จะไม่ช่วยสร้างผลิตภาพให้แก่ประเทศ รายได้ประชากรไม่ขยับ คนมีฝีมือย้ายออกไปทำงานต่างประเทศ อีก 5 ปี ไทยอาจโดนประเทศอื่นแซงหน้า และติดอยู่ใน Middle Income Trap ต่อไป

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ภาคเอกชน เคยเสนอรัฐบาลในภาวะปกติมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ จึงหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การทำงานร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเข้ามาช่วยยกระดับอุตสาหกรรมและคุณภาพของคนไทย

เกษมสันต์ วีระกุล นักวิชาการอิสระด้านประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กล่าวว่า ตนคิดว่าตอนนี้ไทยยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่การเปิดเสรีอาเซียน เพราะยังมีจุดอ่อนทุกด้าน แต่ที่ผ่านมาไม่รู้ตัว ดูได้จากแผนยุทธศาสตร์ด้านเออีซีของประเทศก็ยังไม่มีความชัดเจน แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการจัดสัมมนามากมาย แต่ก็เป็นเพียงแค่เอกสารเท่านั้น จึงทำให้ที่ผ่านมาประเทศไทยเสียเวลาเปล่าในการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะเข้าสู่เออีซี

“ส่วนตัวให้คะแนนการเตรียมพร้อมก่อนเข้าสู่เออีซีเพียงแค่ 1 จากคะแนนเต็ม 10 เท่านั้น ที่ผ่านมาเราคิดว่าพร้อมกว่าเพื่อนบ้าน จึงทำให้การวางนโยบายและการใช้เงินผิดทาง ส่งผลให้ที่ผ่านมาเสียเวลาเปล่า และหากปล่อยไว้ อีกไม่นานข้อได้เปรียบของไทยที่ทำให้เป็นศูนย์กลางในภูมิภาคจะค่อยๆ ลดน้อยลงเรื่อยๆ จนหมดไป”

พร้อมกันนี้ มองว่ามี 4 เรื่องที่รัฐบาลใหม่ต้องเร่งทำ เพื่อเตรียมประเทศให้พร้อมก่อนเข้าเออีซี คือ 1.ต้องมียุทธศาสตร์ประเทศให้ชัดเจน เป็นแผนระยะยาวว่าจะกำหนดและวางตำแหน่งของประเทศให้อยู่ตรงไหน รวมทั้งต้องมีการแบ่งงานกันชัดเจนว่าเรื่องไหนหน่วยงานกระทรวงไหนต้องรับผิดชอบ 2.ปฏิรูปประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง 3.ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นให้เป็นกระบวนการกว่านี้ ซึ่งอาจจะดูเกาหลีใต้เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาก็ได้ เนื่องจากโครงสร้างปัญหาคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้มีลักษณะคล้ายกับไทย และ 4.จัดกระบวนการเลือกตั้งใหม่ โดยใช้อินโดนีเซียเป็นโมเดล ที่กระบวนการเลือกตั้งของอินโดนีเซียเป็นการสนับสนุนและผลักดันให้คนดีมือสะอาดเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งระดับประเทศ

เหล่านี้คือโจทย์บางส่วน และความคาดหวังที่ภาคเอกชนและนักวิชาการคาดหวังจะเห็นรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศทำ เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวเดินต่อไป หลังจากที่ตกอยู่ในวังวนวิกฤตการเมืองมานานหลายปี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท