
รัสเซีย/ยูเครนกระทบลงทุน (ตอน2)
จากตอนที่ผ่านมา เราได้พูดถึงที่มาที่ไป และสถานการณ์ของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน ว่ามีความรุนแรงอย่างไร และดำเนินไปในทิศทางใดบ้าง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าความรุนแรงของปัญหามีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ตามมานั้นก็จะสร้างผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายในระยะยาว ดังนั้นหากพิจารณาถึงผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ทั้งสองฝ่ายน่าจะลดความรุนแรงของการคว่ำบาตรลง และน่าจะมีการตกลงร่วมกันได้ โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์รุนแรงในยูเครนเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งล่าสุดสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น หลังมีการเปิดทางให้สภากาชาดเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่บาดเจ็บในบริเวณที่มีการสู้รบ นอกจากนี้รัสเซียยังได้จัดรถบรรทุกกว่า 280 คันลำเลียงอาหาร น้ำ และยา กว่า 2,000 ตัน เข้าไปให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วย
จากตอนที่ผ่านมา เราได้พูดถึงที่มาที่ไป และสถานการณ์ของปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศรัสเซียและยูเครน ว่ามีความรุนแรงอย่างไร และดำเนินไปในทิศทางใดบ้าง ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าความรุนแรงของปัญหามีมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแน่นอนว่าท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ตามมานั้นก็จะสร้างผลกระทบในเชิงลบอย่างมากต่อเศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายในระยะยาว ดังนั้นหากพิจารณาถึงผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจในประเทศแล้ว ทั้งสองฝ่ายน่าจะลดความรุนแรงของการคว่ำบาตรลง และน่าจะมีการตกลงร่วมกันได้ โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์รุนแรงในยูเครนเริ่มคลี่คลายลง ซึ่งล่าสุดสถานการณ์ก็เริ่มดีขึ้น หลังมีการเปิดทางให้สภากาชาดเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่บาดเจ็บในบริเวณที่มีการสู้รบ นอกจากนี้รัสเซียยังได้จัดรถบรรทุกกว่า 280 คันลำเลียงอาหาร น้ำ และยา กว่า 2,000 ตัน เข้าไปให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วย
ด้านตัวเลขเศรษฐกิจยุโรปก็ยังฟื้นตัวได้ดีในระดับปานกลาง โดยจะเห็นได้จากตัวเลขเศรษฐกิจยุโรป ปัจจุบันผลผลิตมวลรวมในประเทศ (GDP) ไตรมาสแรกของปีนี้เติบโตได้ 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้าและเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน ประกอบกับการที่ธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบายทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโลกในภาพรวม รวมไปถึงการที่มีการระงับการนำเข้าผลไม้จากสหภาพยุโรป ซึ่งจะส่งผลให้ภาวะเงินฝืดเลวร้ายยิ่งขึ้น น่าจะทำให้ธนาคารกลางยุโรปตัดสินใจดำเนินมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรป ทั้งการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง รวมถึงการดำเนินมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อยุโรปในระยะยาว ดังนั้นในมุมมองด้านการลงทุน นักลงทุนยังสามารถเข้าลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องคอยติดตามตัวเลขเศรษฐกิจ และการประชุมของธนาคารกลางต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งหากตัวเลขหรือมาตรการออกมาไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ อาจทำให้ตลาดเกิดความผันผวนได้ในระยะสั้น แต่สำหรับการลงทุนระยะยาวในยุโรปเรายังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในยุโรป เพราะการที่ดัชนีมีการปรับตัวลงจากผลกระทบชั่วคราว ไม่ได้กระทบต่อปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ หรือกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่กองทุนเข้าลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ







