
รับสร้างบ้านดึงแบงก์
ร่วมให้บริการครบวงจรปล่อยกู้ชี้ความนิยมเปลี่ยนอยู่มินิคอนโด
ร่วมให้บริการครบวงจรปล่อยกู้ชี้ความนิยมเปลี่ยนอยู่มินิคอนโด
ธุรกิจรับสร้างบ้านปรับตัว เร่งเจรจาแบงก์ใหญ่ สร้างบ้านครบวงจร สนองนิยมบ้านแบบมินิคอนโด
นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสมาคมอยู่ระหว่างการเจรจากับสถาบันการเงิน 2 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปลายปีนี้ เพื่อให้คนที่ต้องการก่อสร้างบ้านดำเนินการได้ครบ ตั้งแต่การขอสินเชื่อและได้บ้านครบตามฟังก์ชั่นที่ผู้ซื้อบ้านต้องการ ทั้งที่ดิน ตัวบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้าน จากเดิมจะต้องมีการกู้เงินโดยแยกส่วนทำให้ขั้นตอนการมีบ้านครบตามที่ต้องการมีขั้นตอนที่ยุ่งยาก
“ต่อไปการจะปลูกสร้างบ้านจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น เนื่องจากทางธนาคารก็ต้องการปล่อยสินเชื่อ ทำอย่างไรจะสามารถให้สินเชื่อก้อนเดียวไปเลย เช่น ต้องมีการกู้ซื้อที่ดิน กู้เงินเพื่อสร้างบ้าน กู้เงินเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ก่อสร้างสระว่ายน้ำภายในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า ให้จบภายในทีเดียว ปัจจุบันสถาบันการเงินก็มีความต้องการที่จะปล่อยสินเชื่อรายย่อยอยู่แล้ว” นายวิสิฐษ์ กล่าว
นายศักดา โควิสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ กล่าวว่าบริษัทได้ปรับตัวเพื่อรับกับความต้องการรับสร้างบ้านที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะนี้มีกลุ่มลูกค้าที่ต้องการให้ปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ในรูปแบบที่อยู่กันเป็นครอบครัวคนจีน รวมถึงครอบครัวคนไทยขนาดใหญ่ ซึ่งจะก่อสร้างรูปแบบมินิ คอนโดมิเนียม หรือก่อสร้างเป็นอาคารสูง 5 ชั้น อยู่รวมกันทั้งตระกูล แต่จะมีการแบ่งเป็นครอบครัวอยู่กันคนละชั้น เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น
“ในเวลานี้เริ่มเห็นคนไทยต้องการอยู่รวมกันในตระกูล โดยต้องการก่อสร้างเป็นมินิคอนโดมิเนียมสูง 5 ชั้น บนที่ดินขนาด 150-200 ตารางวา โดยจะก่อสร้างบนที่ดินกลางเมือง แต่ละครอบครัวจะอยู่กันคนละชั้น สามารถแบ่งพื้นที่เป็นห้องขนาดใหญ่ได้ และบริเวณชั้นล่างของอาคารสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัวได้ ซึ่งใช้งบก่อสร้างเฉลี่ย 40 ล้านบาทต่ออาคารหนึ่งหลัง” นายศักดา กล่าว
สำหรับในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถทำได้ 900 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบ้านที่ก่อสร้างเฉลี่ย 5-10 ล้านบาท สัดส่วน 45% บ้านราคา 25 ล้านบาท สัดส่วนกว่า 20% บ้านราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป กว่า 10% และการก่อสร้างบ้านรูปแบบมินิคอนโดมิเนียม เฉลี่ยราคา40 ล้านบาท สัดส่วน 12-15% ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการเฉลี่ย 20 ราย/เดือน







