posttoday
ปตท.อัดงบพันล้านขยายปั๊มในอาเซียน

ปตท.อัดงบพันล้านขยายปั๊มในอาเซียน

24 สิงหาคม 2557

ปตท.เตรียมทุ่ม 1,000 ล้านบาท ขยายปั๊มน้ำมันในอาเซียน 300 แห่งใน 5 ปีข้างหน้า

ปตท.เตรียมทุ่ม 1,000 ล้านบาท ขยายปั๊มน้ำมันในอาเซียน 300 แห่งใน 5 ปีข้างหน้าหวังขึ้นเป็นผู้นำด้านสถานีบริการน้ำมันตามเส้นทางแลนด์ลิงค์

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่การตลาดค้าปลีก บริษัท ปตท. เปิดเผยว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าขยายปั๊มน้ำมันเพิ่มขึ้นให้ได้ 300 แห่งในอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท และจะทำให้ ปตท.กลายเป็นผู้นำแบรนด์ปั๊มน้ำมันอันดับ 1 ของภูมิภาคอาเซียน จากปัจจุบันมีปั๊มน้ำมันทั้งสิ้น 130 แห่ง ใน 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว กัมพูชา พม่า และฟิลิปปินส์

ปตท.วางเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านสถานีบริการน้ำมันในกลุ่มประเทศที่มีแผ่นดินเชื่อมติดกัน (แลนด์ลิงค์) ในอาเซียน ซึ่งปัจจุบัน ปตท.ลงทุนทำปั๊มน้ำมันใน 4 ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ได้แก่ ลาว กัมพูชา พม่าและฟิลิปปินส์ รวมทั้งสิ้น 130 แห่ง

ทั้งนี้ จะเน้นการขยายปั๊มน้ำมันไปที่พม่ามากขึ้น จากปีนี้ที่จะเปิดสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่ง ก็จะเพิ่มเป็น 25 แห่ง ขณะที่ลาวจะขยายเพิ่มจาก 20 แห่ง เป็น 60 แห่ง กัมพูชาจาก 15 แห่ง เป็น 45 แห่ง และฟิลิปปินส์จาก 70 แห่ง เป็น 135-140 แห่ง

ด้านประเทศเวียดนามและจีนตอนใต้ ปตท.ก็ให้ความสนใจติดตามนโยบายการเปิดเสรีบริการสถานีบริการน้ำมันให้ต่างชาติเข้าไปลงทุน ซึ่งหากทั้งสองประเทศมีนโยบายเปิดเสรีเมื่อไหร่ ปตท.ก็พร้อมเข้าไปลงทุนทันที

นอกจากนี้ ปตท.ยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อดูโอกาสเข้าไปลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) ในประเทศกัมพูชา โดยอาจเป็นการนำก๊าซแอลเอ็นจีจากไทยเข้าไปขายให้กับโรงงานอุตสาหกรรมในกัมพูชา ส่วนพม่านั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาที่จะลงทุนทำโรงแยกก๊าซธรรมชาติและวางท่อก๊าซเนื่องจากพม่ามีความต้องการใช้ก๊าซฯ ในประเทศเยอะขึ้น อีกทั้ง ปตท.ก็มีแหล่งก๊าซฯ ในพม่าอยู่แล้ว จึงเป็นโอกาสที่จะเข้าไปร่วมลงทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจที่ปตท.เข้าไปลงทุนอยู่แล้ว

นายอรรถพล กล่าวว่า กลุ่ม ปตท.ให้ความสำคัญกับ“การเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน จะพิจารณาจากความน่าสนใจของตลาด ความสามารถในการทำกำไร โดยประเทศที่น่าเข้าไปลงทุนมากที่สุด คือ อินโดนีเซียและพม่า รองลงมาคือ มาเลเซีย กัมพูชา เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และลาว” นายอรรถพล กล่าว

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันล่าสุด น้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยน้ำมันสำเร็จรูปเบนซินอยู่ที่ 112 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ดีเซลอยู่ที่ 116 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และคาดว่าหากในช่วงครึ่งปีหลัง หากไม่มีปัจจัยทางการเมืองในภูมิภาคเข้ามาเกี่ยวข้อง คาดว่าปริมาณการใช้อาจปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่คงไม่มากนัก โดยคาดว่าราคาน้ำมันในตลาดโลกปีนี้น่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 105 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลอย่างไรตาม ยังคงต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาราคาน้ำมันในตลาดโลกจะอ่อนตัวลงมาก 23 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้มีการเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มทุกชนิดอีก 25 สตางค์ต่อลิตร ส่งผลให้ค่าการตลาดน้ำมันขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.501.55 บาทต่อลิตร

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี