
จีนเล็งลงทุนน้ำ-พลังงานไฮเออร์เชื่อมั่นหลังพบ‘ตู่’
ไฮเออร์ฯ เผยทุนจีนมั่นใจไทย หลังพบประยุทธ์ ทยอยลงทุนการศึกษา สิ่งแวดล้อม น้ำ พลังงาน
ไฮเออร์ฯ เผยทุนจีนมั่นใจไทย หลังพบประยุทธ์ ทยอยลงทุนการศึกษา สิ่งแวดล้อม น้ำ พลังงาน
นายอู๋ หย่ง อดีตประธานกรรมการ บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภายหลังจากกลุ่มนักธุรกิจจีนได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อกลางปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนจีนเชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้น และพร้อมจะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนในด้านของการบริหารจัดการน้ำ พลังงานทดแทน การศึกษา และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไทยมีความต้องการในธุรกิจด้านดังกล่าว
ขณะนี้นักลงทุนจีนได้เริ่มทยอยเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นแล้ว ภายหลังจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีนักลงทุนจีนให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันรัฐบาลไทยได้เริ่มเข้ามาสนับสนุนนักลงทุนจีน
“แม้ว่านักลงทุนจีนจะให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ แต่ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจค้าปลีก นักลงทุนจีนยังคงให้ความสำคัญที่จะเข้ามาขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ และการที่นายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ออกมาประกาศเส้นทางสายใหม่ทางทะเล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงทำให้นักลงทุนจีนให้ความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น” นายอู๋ กล่าว
สำหรับแนวทางดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ไฮเออร์ ยังคงให้ความสำคัญกับการขยายในไทย เพราะจากการเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยตั้งแต่ปี 2545 แบรนด์ไฮเออร์ได้ผลการตอบรับจากผู้บริโภคชาวไทยเป็นอย่างดี ส่งผลให้ความเชื่อมั่นแบรนด์ไฮเออร์ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากความมั่นใจดังกล่าวส่งผลให้บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านชิ้นเล็กเข้าทำตลาดเพิ่มขึ้น คาดสิ้นปีนี้น่าจะได้ข้อสรุปพร้อมนำสินค้าเข้ามาทำตลาด
ปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ทำตลาดอยู่ 5 กลุ่ม เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ตู้แช่ และทีวี ปีนี้ตั้งเป้าโต 10% จากปีก่อนทำได้ 1,700 ล้านบาทซึ่งในส่วนของแผนการทำตลาดในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปีนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องซักผ้าใหม่เข้ามาทำตลาดประมาณ 34 รุ่น และตู้เย็น 34 รุ่น ขณะเดียวกันยังมีแผนที่จะเปิดตัวทีวีในระบบ 4K เข้ามาทำตลาด เพื่อเพิ่มทางให้กับผู้บริโภค
นายอู๋ กล่าวอีกว่า หลังจากบริษัทออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายไปจนถึงสิ้นปี บริษัทมั่นใจว่าสิ้นปีนี้น่าจะมีรายได้เติบโตตรงตามเป้าหมายที่วางไว้กว่า 10% เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านบาท ถือว่าสูงกว่าภาพรวมรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกที่มีอัตราการเติบโตเพียง 10% เท่านั้น เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและการเมือง







