
ชาวสวนยางนัดรวมพลร้องบิ๊กตู่แก้ราคาตกต่ำ
ชาวสวนยางนัดรวมพลหน้าศาลากลางทั้ง63จังหวัด26 ส.ค.นี้ร้องประยุทธ์ช่วยแก้ราคายางดิ่งหนัก
ชาวสวนยางนัดรวมพลหน้าศาลากลางทั้ง63จังหวัด26 ส.ค.นี้ร้องประยุทธ์ช่วยแก้ราคายางดิ่งหนัก
นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานชุมนุมสหกรณ์เกษตรอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เปิดเผยว่าในวันที่ 26 ส.ค. 2557 สถาบันเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางซึ่งประกอบด้วย เครือข่ายชาวสวนยางแห่งประเทศไทย สภาการยางพาราแห่งประเทศไทย, สมาคมสหพันธ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย, ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาคมเครือข่ายเกษตรกร สถาบันเกษตรกรยางพาราไทย เตรียมเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อขอแสดงความยินดีต่อพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอช ที่ได้รับมติ สนช. เป็นเอกฉันท์ 191 เสียง เห็นชอบให้ดำรงตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีอของประเทศ ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ ได้รับฟังนโยบายจาก ฯพณฯ เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 57 แถลงต่อสนช. แล้วว่าจะสร้างความมั่นคงให้เกษตรโดยการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรให้ได้ราคาที่เหมาะสม และเป็นธรรม ทั้งนี้ราคายางในปัจจุบันที่เกษตรกรได้จำหน่ายยางได้ต้องประสบกับภาวะการขาดทุนจนชาวสวนยางบางรายกรีดยางไม่พอเลี้ยงครอบครัวและหันไปประกอบอาชีพอื่นๆ ซึ่งทำความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศ
นอกจากนี้ในวันที่ 26 ส.ค. 57 เวลาเดียวกัน ทางตัวแทนเครือข่ายชาวสวนยางทั่วประเทศจังหวัดละ 3-5 คน เตรียมยื่นหนังสือถึงแนวทางการแก้ไขปัญหายางพาราไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีโดยผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 63 จังหวัดทั่วประเทศ โดยมีมติร่วมกันในการประชุมเครือข่ายยางพาราดังนี้
1. ผู้นำสถาบันเกษตรกร 4 องค์กร ได้ยื่นศาลปกครองขอไม่ให้ขายยาง 2.1 แสนตัน ใน สต๊อก เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 ศาลปกครองกลางรับฟ้องไว้และมีคำสั่งไม่ให้ ขายยางในวันที่ 28 พ.ค. 57 จนทุกวันนี้ยังไม่มีคำสั่งเพิกถอน
2.ในการที่รัฐบาลมียางในสต๊อก 2.1 แสนตัน ทุกคนทั่วโลกรู้หมด รอว่า รัฐบาลจะจำหน่ายเมื่อใด ทำให้ผู้ใช้ยางเขย่าราคาให้ตกลงไปติดต่อกันมาตลอด รัฐบาลควรทำตามนโยบายที่ ฯพณฯ นายกได้แถลงไว้ เมื่อวันศุกร์ที่ 1 สิงหาคม 2557 ว่าจะนำยางไปใช้ผสมยางมะตอยลาดถนน ทำสนามฟุตซอล สนามเด็กเล่น ทางเดินเพื่อสุขภาพ ตัวหนอน ฯลฯ ซึ่งเท่ากับสร้างอาชีพเสริมใหเกษตรกรอีกทางหนึ่ง เป็นการสร้างงานภายในประเทศโดยจะไม่นำยางในสต๊อกไปขายในรูปวัตถุดิบ ซึ่งจะส่งผลให้ราคายางตกต่ำมากกว่าในปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมและไม่เป็นธรรมต่อเกษตรกรอย่างยิ่ง
3.ประเทศไทยผลิตยางได้ 4.2 ล้านตัน / ปี หรือ 11.5 ล้าน กก./วัน ถ้าราคายางเพิ่มขึ้น 1 บาท / กก. / วัน ก็จะทำให้เกษตรและประเทศไทยมีราได้ 11.5 ล้านบาท / วัน หรือ 4,200 ล้านบาท / ปี การที่ราคายางเพิ่มขึ้น 1 บาทนั้น จะส่งผลให้ GDP ในประเทศเพิ่มขึ้น 0.042%ถ้าราคายางเพิ่มขึ้นกก. ละ 10 บาท จะทำให้ GDP ของประเทศเพิ่มขึ้น 0.42% ซึ่งทำให้การเติบโตของเศรษฐกิจ เป็นไปตามเป้าหมายที่ ฯพณฯ ได้วางไว้.







