
ชาติเอเชียปลื้มลงทุนในไทย
ประสานเสียงสนใจอุตฯเกษตรอาหารชี้ต้องฟิตภาษาจีนช่วยทำธุรกิจคล่องตัว
ประสานเสียงสนใจอุตฯเกษตรอาหารชี้ต้องฟิตภาษาจีนช่วยทำธุรกิจคล่องตัว
ต่างชาติสนลงทุนเกษตรและอาหารในไทยมากสุด พร้อมชี้ภาษาจีนสำคัญสุดต่อการทำธุรกิจยุคใหม่
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสังคมและเศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุนเอเชีย 5 ชาติ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย และมาเลเซีย จำนวน 600 คน เกี่ยวกับศักยภาพการลงทุนในไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า พบว่า อุตสาหกรรมที่ต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุนหรือขยายการลงทุนในไทยมากที่สุด คือ เกษตรและอาหาร โดยมองว่าในอนาคตไทยไม่ควรส่งออกสินค้าประเภทนี้แบบกระสอบหรือชั่งกิโลขาย แต่ควรพัฒนาการแปรรูปอาหารที่ทันสมัยใหม่บรรจุเป็นแพ็กเกจวางจำหน่ายตามห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ตในหมวดของอาหารสำเร็จรูป เพราะจะช่วยสร้างมูลค่าสินค้าเป็นอย่างดี
สำหรับอุตสาหกรรมที่น่าลงทุนรองลงมา คือ การท่องเที่ยว อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจสุขภาพและบริการด้านสุขภาพ หัตถกรรมและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆ เช่น บันเทิง การจัดประชุมสัมมนา เป็นต้น
ขณะเดียวกัน นักลงทุนชาติเอเชียที่ทำธุรกิจในไทยเกิน 1 ปีขึ้นไป ยังมองว่า ภาษาที่มีความสำคัญที่สุดต่อการทำธุรกิจในประเทศไทยและเชื่อมโยงกลุ่มประเทศเอเชีย คือ ภาษาจีน รองลงมา คือ ภาษาอังกฤษ ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอินโดนีเซียหรือมลายู เนื่องจากปัจจุบันมีนักธุรกิจจีนไปลงทุนในต่างประเทศทั่วโลกมากถึง 200 ล้านคน และมีตลาดรองรับการจำหน่ายสินค้าไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านคน
“นักลงทุนให้ความสำคัญกับภาษาจีนมากขึ้น และได้ส่งพนักงานไปเรียนภาษาเพิ่ม รวมทั้งรับคนที่มีความรู้ภาษาจีน และส่งให้ลูกหลานเรียนภาษาจีนเพื่อมาใช้ในการทำธุรกิจในอนาคต โดยอาจเรียนควบคู่กันไปกับภาษาอังกฤษ เพราะหากพูดภาษาจีนได้นักธุรกิจจีนจะให้ความสำคัญ และจะทำให้ทำธุรกิจง่ายขึ้น” นายเกียรติอนันต์ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ผ่านมานักธุรกิจจีนจำนวนมากได้ส่งทายาทเข้ามาเรียนภาษาและหนังสือในมหาวิทยาลัยต่างๆ ของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะนักธุรกิจจีนมองว่าไทยจะเป็นแกนกลางขออาเซียนในการทำธุรกิจหลังจากเปิดประชาคมอาเซียน แสดงให้เห็นว่านักธุรกิจต่างชาติเชื่อมั่นทิศทางเศรษฐกิจ







